วันที่ 3 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมเจ้าท่า ได้นำทรายมาจากแหลมสนอ่อน ซึ่งมีทรายที่มีลักษณะใกล้เคียงกันกับทรายในบริเวณหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา โดยใช้วิธีการขนทางเรือ มายังบริเวณหาดชลาทัศน์ เพื่อเติมลงบนชายหาด ภายหลังจากพื้นที่ดังกล่าวเกิดปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะอย่างหนัก ถือเป็นโครงการแรกของประเทศ เพื่อลดปัญหาหลายด้าน คาดอีก 6 เดือนแล้วเสร็จ โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการจัดทำแนวรั้วเพื่อป้องกันทรายและฝุ่น สร้างผลกระทบกับประชาชนที่สัญจรไปมา รวมถึง อาคารส่วนราชการในพื้นที่ใกล้เคียง ระหว่างการเติมทราย

นายฐาปกรณ์ บุญเกิด ผู้อำนวยการเจ้าท่าส่วนภูมิภาค สาขาสงขลา กล่าวว่า โครงการนี้นั้นใช้งบประมาณ 260 ล้านบาท ซึ่งเป็นการนำทรายจากบริเวณแหลมสนอ่อน ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก มาถมบริเวณหาดชลาทัศน์ ซึ่งเป็นทรายที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยจะทำการขนย้ายทรายประมาณ 1 ล้านคิวทางเรือ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายระหว่างการขนย้ายทราย เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ใช้งบประมาณสูง โดยก่อนที่จะดำเนินการโครงการนี้ได้มีการสอบถามความเห็นและข้อเสนอแนะจากหลายฝ่าย เรียบร้อยแล้ว จึงเดินหน้าโครงการ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ถือเป็นโครงการแรกของประเทศ ในการเติมทรายของกรมเจ้าท่า ซึ่งสามารถจัดหาแหล่งทรายที่มีความเหมาะสม ทั้งขนาด และ สี ของทราย เพื่อคืนความเป็นธรรมชาติของหาดชลาทัศน์ และหาดสมิหลา ที่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้

นายฐาปกรณ์ กล่าวว่า ทั้งนี้หาดชลาทัศน์ ประสบปัญหาการกัดเซาะชายหาดมาอย่างต่อเนื่องนับสิบปี ซึ่งที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน ทั้งเทศบาลนครสงขลา องค์การบริหารส่วนจังหวัด รวมถึงโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ต่างหาวิธีในการป้องกันการกัดเซาะชายหาด ทั้งการทำแนวหินทิ้ง การนำกระสอบทรายบิ๊กแบ๊คมาวางเอาไว้ หมดงบประมาณไปนับร้อยล้านบาท แต่ก็ไม่สามารถป้องกันปัญหาได้ โดยเครือข่ายภาคประชาชนเรียกร้องให้คืนความเป็นธรรมชาติให้ชายหาดแห่งนี้ ทำให้มีโครงการเติมทรายชายหาดเกิดขึ้น ซึ่งสามารถป้องกันการกัดเซาะได้ระดับหนึ่ง

