เกิดเหตุระทึกงานศพ ‘ป้าเทียม’ เหยื่อรถไฟชน 206 พลุพุ่งตกใส่เด็ก 11 เจ็บ ขณะเคลื่อนร่างเผา ขณะที่ รมช.คมนาคม ร่วมไว้อาลัย มอบเยียวยากว่า 2 ล้าน
จากกรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ ขบวนรถไฟพุ่งชนรถเมล์สาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟ แยกอโศก-ดินแดง วันที่ 16 พฤษภาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และบาดเจ็บอีกหลายราย ซึ่งหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ น.ส.เทียม หรือป้าเทียม อายุ 57 ปี ชาวอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ
เมื่อเวลา 12.45 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ญาติพี่น้องได้ประกอบพิธีขอขมาศพ ก่อนเคลื่อนร่าง “ป้าเทียม” ไปยังเมรุวัดบ้านกระต่ายด่อน ตำบลเสมอ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า มีญาติและชาวบ้านมาร่วมอาลัยจำนวนมาก
แต่ระหว่างกำลังจะเคลื่อนร่างไปยังวัด กลับเกิดเหตุระทึกขึ้น เมื่อพลุที่จุดขึ้นฟ้าหน้าขบวนศพเกิดพลาดตกลงมาใส่เด็กหญิงวัย 11 ขวบ ซึ่งกำลังเล่นอยู่ในเปลนอนบริเวณหน้าบ้านของตนเอง ห่างจากบ้านจัดงานศพประมาณ 200 เมตร ทำให้เด็กถูกสะเก็ดพลุกระเด็นใส่หางตา จมูก และตามร่างกายได้รับบาดเจ็บ ขณะที่เด็กหญิงวัยขวบเศษซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ตกใจร้องไห้ขวัญเสียอีก 1 ราย เบื้องต้น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้เร่งนำตัวเด็กวัย 11 ปี ส่งโรงพยาบาลปรางค์กู่ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน
หลังจากนั้นขบวนเคลื่อนร่าง “ป้าเทียม” เดินทางมาถึงบริเวณหน้าวัดบ้านกระต่ายด่อน ได้มีการประกอบพิธีบังสุกุล บอกกล่าวเปิดทางให้ดวงวิญญาณเข้าสู่วัด เพื่อประกอบพิธีฌาปนกิจตามประเพณี

เวลา 14.00 น. ที่วัดบ้านกระต่ายด่อน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจป้าเทียม รวมทั้ง นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมด้วย นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมพิธีทอดผ้าบังสุกุล โดยมีส่วนราชการ ญาติพี่น้อง และชาวบ้านเข้าร่วมพิธีอย่างหนาแน่น ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหาร ขสมก. และ รฟท.มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย
นายสิริพงศ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีมาตรการคุมเข้ม ทั้งมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ควบคุมและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุ เพื่อให้เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้หมดสิ้นไป มาตรการระยะสั้น ได้มีการกำชับกวดขันในเรื่องของวินัยจราจร การปฏิบัติตามขั้นตอน กระบวนการ และวิธีการที่กระทรวงคมนาคมกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด อีกทั้งในเรื่องของยาเสพติดนั้น จะต้องไม่เกิดขึ้นในกระทรวงคมนาคมอีก เพราะฉะนั้น รัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้ทุกสังกัดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนต้องปลอดจากยาเสพติดทุกชนิด ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบแล้ว เช่น ขสมก. และ รฟท.ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในการตรวจสารเสพติด ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้น ดังนั้น เมื่อพบผู้ใดมีความผิดปกติก็จะนำส่งโรงพยาบาลเพิ่มเติม เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด และหากพบว่ามีสารเสพติดจริงก็จะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของกระทรวงคมนาคม ได้รับแจ้งว่ายังคงมีการฝ่าฝืนกฎจราจร และยังคงมีจุดวิกฤตที่เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของผู้ขับขี่ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยจะดำเนินการประชุมนายสถานีทั่วประเทศ เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนได้อย่างไร เบื้องต้น มีกองทุนเลขสวยที่เป็นที่รู้จักกันอยู่ คาดว่าจะสามารถนำมาสนับสนุนด้านความปลอดภัยของประชาชนได้ โดยจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด
อีกส่วนหนึ่งคือภาคประชาชน ก็ต้องเคารพกฎหมายจราจร ไม่จอดรถเลยเส้นหยุดตามที่กำหนด การเดินทางสัญจร โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ บริเวณทางรถไฟต่างๆ ขอความกรุณาอย่าเข้าไปในพื้นที่รางรถไฟเหมือนที่ปรากฏเป็นข่าวที่ผ่านมา และขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่าน
ส่วนพื้นที่ลักลอบข้ามทางรถไฟ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปติดตั้งป้ายเตือนเพิ่มเติม แม้อาจยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งได้มีการหารือกับผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณางบประมาณจากกองทุนเลขสวยว่าจะสามารถนำมาช่วยเหลือในจุดดังกล่าวได้อย่างไร ทั้งเรื่องการเชื่อมต่อสัญญาณไฟ ระบบแสงสว่าง หรือการจ้างเจ้าหน้าที่ระยะสั้นเข้ามากำกับดูแล

ทั้งนี้ เห็นว่ามีความจำเป็นที่ รฟท.ต้องหามาตรการเพิ่มความปลอดภัย โดยร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟที่มีความเสี่ยง ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการ เพราะระบบรางและความปลอดภัยของประชาชนจะต้องเดินควบคู่กันไปได้
ส่วนการเยียวยานั้น วันนี้กระทรวงคมนาคมได้รวบรวมเงินช่วยเหลือจาก ขสมก. รฟท. และบริษัทประกันภัย เท่าที่กฎหมายจะเอื้ออำนวย โดยได้มอบเงินช่วยเหลือไปแล้ว 2,090,000 บาท และยังคงเหลือเงินช่วยเหลืออีก 300,000 บาท จากกองทุนคุ้มครองสิทธิ ซึ่งจะดำเนินการช่วยเหลือต่อไป


