หน้าแรก ภูมิภาค สาวไทยในเกาหล...

สาวไทยในเกาหลี เสียชีวิตในห้องพัก คาดเครียดปัญหาหนี้สิน-ถูกโพสต์ประจาน

24.05.26 | 21:50 น.

ครอบครัวเศร้า สาวไทยในเกาหลี เสียชีวิตในห้องพัก คาดเครียดปัญหาหนี้สิน-ถูกโพสต์ประจาน

เกิดเหตุสลดกับสาวไทยที่เกาหลีใต้ คิดสั้นผูกคอตายคาห้องเช่าในกรุงโซล หลังจากหายตัวไป 2 วัน จนสามีชาวเกาหลีใต้ต้องจูงลูกสาวมาตามถึงห้องพัก แต่ต้องกลับมาเห็นภาพสะเทือนใจ ญาติเผยผู้ตายเครียดสะสมจากการเป็นหนี้กว่า 30 ล้านวอน เนื่องจากยืมเงินไปหมุนเวียนในการค้าขาย หลังลูกค้าติดค้างเงินเป็นจำนวนมาก เจ้าหนี้ทวงเงินหนัก มีการประจานทวงหนี้ผ่านเฟซบุ๊กให้อับอาย สุดท้ายทนแรงกดดันไม่ไหว ผูกคอตัวเองดับคาห้อง เหตุเกิดช่วงเช้าของวันที่ 23 พฤษภาคม

หลังจากนั้นคนไทยในเกาหลีใต้ ได้มีการโพสต์ไว้อาลัยต่อเรื่องที่เกิดขึ้น ระบุว่าผู้ตายชื่อ น.ส.อารีรัตน์ หรือฟาง อายุ 40 ปี เป็นชาว อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ต่อมาช่วงบ่าย

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่ง บ.หนองวัวซอกลาง ต.หนองวัวซอ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พบกับนายอดิเรก อายุ 71 ปี นางบังอร อายุ 62 ปี และ น.ส.อัญชลี อายุ 42 ปี พ่อ แม่ และพี่สาวคนกลางของ น.ส.อารีรัตน์ ผู้ตาย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

เบื้องต้นทางครอบครัวยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ขณะนี้ทางสามีชาวเกาหลีใต้ของ น.ส.ฟาง กำลังดำเนินเรื่องทางคดี และกำลังดำเนินเรื่องพิธีการฌาปนกิจศพในวันอังคารที่จะถึงนี้ ครอบครัวทราบข่าวทั้งหมดแล้ว ทุกคนรู้สึกเศร้าต่อการจากไปของ น.ส.ฟาง

Advertisement

เรื่องหนี้สินทางครอบครัวไม่เคยรู้ เพราะผู้ตายไม่เคยบ่นหรือระบายให้ฟัง ทราบว่าทางสามีเขาก็กำลังเดินเรื่องทางคดีอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่รู้ว่าทางคดีจะจบอย่างไร เพราะ น.ส.ฟาง ฆ่าตัวตายเอง แต่ก็ถูกกดดันจากเจ้าหนี้อย่างหนัก มีการโพสต์ประจานทางเฟซบุ๊ก ก็แล้วแต่ทางสามีเขาจะดำเนินการ ครอบครัวทางนี้ก็ได้แต่รอรับเถ้ากระดูกกลับมาเท่านั้น

น.ส.อัญชลี พี่สาว น.ส.ฟาง ผู้ตาย เล่าว่า ประมาณ 9 โมงเช้าวานนี้ ลูกสาวของ น.ส.ฟาง ลูกครึ่งเกาหลีวัย 13 ปี ได้โทรมาบอก พี่สาวของเขา หรือลูกสาวคนโตของ น.ส.ฟาง เป็นลูกครึ่งสิงคโปร์ วัย 21 ปี บอกว่าแม่เสียชีวิตเนื่องจากผูกคอตัวเองในห้องพัก จากนั้นก็ได้แจ้งญาติคนอื่นๆ ตอนแรกทางบ้านที่อุดรฯ ยังไม่มีใครเชื่อ ตนก็โทรกลับไปหาพี่สาวคนโตที่ทำงานอยู่เกาหลีใต้อีกคนหนึ่ง ให้ช่วยกันตรวจสอบ เพื่อนคนไทยก็ไปดูที่เกิดเหตุ และยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อรู้แล้วพวกตนก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ไม่นึกว่าน้องจะคิดสั้นแบบนี้

“น้องสาวไปทำงานต่างประเทศตั้งแต่อายุยังไม่ 20 ปี ไปมาหลายประเทศ ก่อนจะไปเกาหลี ก็ไปทำงานที่สิงคโปร์ จนมีแฟนและได้ลูกสาวคนโตอายุ 21 ปี ตอนนี้ทำงานที่ กทม. น้องสาวไปทำงานเกาหลีประมาณ 15 ปี ตอนแรกไปผิดกฎหมายแล้วถูกส่งกลับมา ตอนนั้นเขาก็มีแฟน จนแฟนเขาบินมาขอแต่งงานที่บ้านหลังนี้ จดทะเบียนกัน และไปอยู่กับสามีที่นั่น จนได้ลูกสาวคนเล็กอายุ 13 ปี ตอนแรกน้องสาวทำงานโรงงาน จากนั้นก็ไปทำงานร้านสะดวกซื้อ จนรู้ลู่ทางค้าขาย ใช้เวลาว่างซื้อของจากไทยไปเร่ขายตามแคมป์หรือโรงงานให้คนไทย ขายพวกอาหารแห้งจากไทย สินค้า เครื่องครัว จากไทย และมาเช่าห้องพักอยู่ลำพัง เพราะต้องขายของ ส่วนสามีและลูกจะอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง”

น.ส.อัญชลี เล่าอีกว่า เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ครอบครัวจึงสอบถามเพื่อนหรือคนไทยที่นั่น จนรู้ว่าน้องสาวมีปัญหาการเงิน น้องสาวเป็นคนใจดี ค้าขายก็ลด แจก แถม และให้ติดเงินเอาไว้ก่อนได้ เมื่อหลายครั้งก็ทบไปเรื่อยๆ เมื่อไม่มีเงินลงทุน ก็ได้ไปหยิบยืมเงินจากเพื่อนคนไทยที่มีสามีเกาหลีเหมือนกัน ยืมมาหลายครั้งจนเป็นเงินประมาณ 30 ล้านวอน หรือ 6 แสนบาท เห็นว่าน้องสาวใช้เงินจนหมดแล้ว แต่เจ้าหนี้ก็คิดดอกเพิ่มจนเป็นเท่าตัว ทำให้เป็นหนี้ไม่จบไม่สิ้น น้องสาวอัดคลิปลงเฟซบุ๊กว่าจะผูกคอตาย เจ้าหนี้ก็โพสต์ประจานว่าเป็นหนี้ไม่ใช้ ถ้าจะผูกคอตาย ถ้าไม่ตายอย่าทำ มันอายคน

ระหว่างนั้นทราบว่าทางเพื่อนและอดีตเจ้านาย พยายามติดต่อหาทางช่วยเหลือ กำลังจะนำเงินไปชดใช้ให้เขา เพื่อจะได้จบหนี้สิน แต่คนที่จะเอาเงินไปช่วยติดต่อไม่ได้ ถ้าหากติดต่อกันได้ ช่วยกันเร็วกว่านี้ ก็คงจะไม่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ที่ผ่านมาน้องสาวไม่เคยบ่นหรือเอาความเครียดมาให้พี่น้องได้รับรู้ เขาจะมีแต่ความสนุก ความสุข มาให้ญาติพี่น้องตลอด แต่ก็รู้ว่าน้องสาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณ 5 – 6 ปีแล้ว น้องสาวเป็นเสาหลักครอบครัว เสียใจจนพูดไม่ออก อยากบอกน้องว่า “ขอให้น้องพบโลกใหม่ที่เขาใจดีกว่านี้”

นางบังอร แม่ น.ส.ฟาง ผู้ตาย เล่าว่า ลูกสาวเป็นคนสู้ชีวิตทำงานตั้งแต่ยังเล็ก ลูกสาวชอบร้องเพลง ตอนแรกไปทำงานร้องเพลงในตัวเมืองอุดรฯ จนไปกรุงเทพ ไปมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน สุดท้ายก็ไปทำงานโรงงานที่เกาหลีใต้ เขามีลูกสาว 2 คน ตนก็เลี้ยงดูให้ คนเล็กเลี้ยงตั้งแบเบาะ พอได้ 1 ปี 6 เดือน พ่อเกาหลีก็ไปเลี้ยงที่นู่น พี่คนโตตอนนี้เรียนจบแล้ว ทำงานที่กรุงเทพ ตั้งแต่ลูกสาวคนนี้ทำงานเขาส่งเงินมาให้พ่อแม่ใช้ทุกเดือนประมาณ 1 – 2 หมื่นบาท เรื่องหลานสาวคนเล็ก ก็คงจะให้อยู่กับพ่อเขา ญาติทางนั้นรักหลานมาก ก็เป็นเรื่องโชคดี ทางนี้ก็ได้แต่รอรับเถ้ากระดูก อยากบอกลูกว่า “ขอให้ไปดีสมสุข เหนื่อยมานานแล้ว ให้เขาไปสบายสักที”