หน้าแรก ภูมิภาค แม่ น้ำตาซึม ...

แม่ น้ำตาซึม ลูกชายวัย 38 ถูกคนใช้ไม้เบสบอลตีปางตาย ผ่าน 1 ปี คดีไม่คืบ ซ้ำตร.ข่มขู่ให้ยุติเรื่อง

24.05.26 | 22:27 น.

แม่ น้ำตาซึม ลูกชายวัย 38 ถูกคนใช้ไม้เบสบอลตีปางตาย ผ่าน 1 ปี คดีไม่คืบ ซ้ำตร.ข่มขู่ให้ยุติเรื่อง

 


เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม  ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของ สภ.คูเมือง อ.คูเมือง หลังจากลูกชายถูกคนรู้จักกันทำร้ายปางตายแต่คดีกลับไม่คืบหน้า คนร้ายอ้างว่ารู้จักตำรวจ ซ้ำยังโดนตำรวจข่มขู่อย่างหนักให้ยุติเรื่อง

ตรวจสอบผู้ร้องเรียนคือ นางทองมวล  อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ นางทองมวล เล่าว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 ตอนนั้นตนอยู่ที่บ้านมีชาวบ้านมาแจ้งว่าลูกชาย (นายองอาจ อายุ 35 ปี)โดนทำร้ายแล้วมีคนเอาร่างมาทิ้งไว้ท้ายหมู่บ้าน บอกว่าอาการน่าเป็นห่วง

ตนจึงรีบไปหาลูกพบว่าหน้าตาปูดบวมตามร่างกายช้ำทั้งร่าง หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลคูเมือง ก่อนจะส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เข้าห้อง ICU 3 วัน หมอแจ้งว่ากระดูกซี่โครงหัก 3 ซี่ ,กระดูกตาหัก และสมองได้รับกระทบกระเทือน และรักษาที่โรงพยาบาลเรื่อยมารวมประมาณ 2 เดือน ก่อนจะมาพักฟื้นที่บ้านในสภาพไม่ปกติ

Advertisement

นางทองมวล เล่าด้วยว่า วันเกิดเหตุลูกชายซึ่งมีรถเกี่ยวข้าว เดินทางไปที่เขต อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อไปหานายหน้า แล้วไปเจอนายเฉลียว หรือหนุ่ม  อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันจากนั้นได้มีการพูดหยอกกันไปมา แต่นายหนุ่ม ซึ่งตอนนั้นคาดว่าเมายา ใช้ไม้เบสบอลตีดังกล่าว แล้วเอาร่างมาทิ้งไว้ที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จนมีชาวบ้านมาแจ้งดังกล่าว

จากนั้นตนได้เริ่มเดินเรื่องจนกระทั่งนายหนุ่ม ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ตอนนั้นมี พ.ต.ท.ขัติยะ เพชรกล้า สารวัตร(สอบสวน)สภ.คูเมือง เป็นเจ้าของคดีรับเรื่องเอาไว้

ในเวลาต่อมาตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายหนุ่ม ฐาน ”ทำร้ายร่างกาย” ตนกับญาติตกใจมากเพราะลูกชายปางตายแต่กลับมาแจ้งข้อหาว่าทำร้ายร่างกาย แล้วให้มีการเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหาย

กระทั่งพนักงานสอบสวนเรียกไปเจรจากัน มีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 120,000 บาท โดยนายหนุ่ม ขอแบ่งจ่ายให้เป็น 3 งวด ๆละ 40,000 บาท เมื่อถึงเวลานายหนุ่ม กลับไม่ยอมจ่ายและไม่ยอมมาพบตำรวจ

ตนจึงไปสอบถามโดยตรงกับนายหนุ่ม ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่า ”ให้ไปแล้วอยู่กับตำรวจ” เมื่อตนย้อนไปถามพนักงานสอบสวนกลับบอกว่า ”ไม่ได้รับ” โยนกันไปมาหลายครั้งสุดท้ายนายหนุ่ม บอกว่า ”ไม่จ่ายแล้ว” เพราะตนเป็นเด็กนาย

หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งมาว่าเหตุเกิดที่ อ.แคนดง จะต้องย้ายคดีไปที่ต้นทาง ทำให้ตนและครอบครัวสับสนจนถึงเวลานี้คดีล่วงเลยมา 1 ปี 7 เดือน ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้รู้หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือคดีของลูกชายตนด้วย

ขณะที่นายองอาจ  อายุ 36 ปี คนถูกทำร้ายเล่าว่าตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นมากว่าปีครึ่ง แต่คดียังไม่เดินหน้าไปไหน กลับมีการโอนคดีไปมา รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้ผู้ใหญ่เห็นใจตนซึ่งตอนนี้ร่างกายไม่พร้อมที่จะทำงานเต็มที่แล้วจากการถูกทำร้าย