เครือข่ายภาคประชาชนสงขลา บุกศาลากลาง ยื่นข้อเสนอขอชะลอร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน (TOD) ก่อนเสนอ ครม. เรียกร้องเปิดรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา กลุ่มขบวนการคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย และเครือข่ายพัฒนาสิทธิมนุษยชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อขอให้ชะลอการเสนอร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน (TOD) ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่าอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบในพื้นที่ จ.สงขลา
โดยมี นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าฯสงขลา เป็นผู้แทนรับหนังสือ น.ส.นภพร เกษรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรม จ.สงขลา พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชน

หนังสือดังกล่าวระบุว่า เครือข่ายชุมชนบางส่วนได้เช่าที่ดินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ภายใต้นโยบาย “บ้านมั่นคง” ของรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 ก.พ.65 ครอบคลุมชุมชนและครัวเรือนที่เข้าหลักเกณฑ์ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
มีความกังวลต่อกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดยเห็นว่าการรับฟังความคิดเห็นอาจยังไม่ครอบคลุมกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง และอาจมีเนื้อหาบางส่วนที่ส่งผลต่อสิทธิของชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนที่อยู่อาศัยริมทางรถไฟ
พร้อมเรียกร้องกระทรวงคมนาคม 4 ข้อ
1.ขอให้ชะลอการเสนอร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐาน (TOD) ต่อ ครม.ออกไปอย่างน้อย 6 เดือน
2.ขอให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง อย่างน้อยจังหวัดละ 1 ครั้ง

3.ขอให้นำข้อคิดเห็นจากทุกเวทีมาประกอบการปรับปรุงร่างกฎหมาย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิทธิด้านที่อยู่อาศัยของประชาชน
และ 4.ขอให้มีการประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Impact Assessment : HRIA) พร้อมยืนยันหลักการให้การพัฒนาระบบรางควบคู่กับการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนผู้มีรายได้น้อย
นายสังคมกล่าวว่า กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามระเบียบและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด เตรียมจัดเวทีหารือร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนในระยะต่อไป เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อันจะนำไปสู่กระบวนการพิจารณาที่โปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน


