นักธุรกิจหนุ่ม ไปนวดไทย เตือนเตียงข้างๆเบาเสียงโทรศัพท์ เจอโวยวายขู่เอาชีวิต ก่อนลั่น‘มึงรู้จักน้อยไป’
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.59 น. วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายโสมนัส พริ้มแก้ว อายุ 58 ปี นักธุรกิจร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปพบกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสุราษฎร์ฯ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับคู่กรณีที่ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกาย
นายโสมนัส ให้การว่าช่วงเวลา 17.20 น. ขณะที่ตนกำลังนวดเพื่อสุขภาพซึ่งเปิดบริการอยู่ ในห้างสรรพใหญ่แห่งหนึ่ง กลางเมืองสุราษฎร์ธานี ขณะที่กำลังใช้บริการนวดแผนไทย ได้มีชายไม่ทราบชื่อซึ่งใช้บริการเตียงใกล้กันได้เปิดโทรศัพท์มือถือเสียงดัง ตนจึงได้กล่าวเตือนว่า “ขอความกรุณาปิดเสียงโทรศัพท์หน่อยครับ” ทำให้ชายคนดังกล่าวเกิดอาการไม่พอใจส่งเสียงโวยวายเข้ามายืนข้างเตียงที่ตนนอนนวดอยู่ โดยมีท่าทีจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย ใช้วาจาข่มขู่ต่างๆนาๆ และพูดออกมาว่า “มึงรู้จักกูน้อยไปแล้ว” อยากนวดเงียบๆให้ไปนวดในป่าช้า ระวังจะไม่ตายแก่ ฯลฯ
โดยมีหมอนวดในร้านซึ่งอยู่ในอาการตกใจ เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด และพยายามเข้าห้ามปรามจนชายคนดังกล่าวเดินออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวไม่พอใจ
นายโสมนัส กล่าวว่าตนรู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจากถูกข่มขู่ว่าจะทำร้ายจึงได้มาแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุราษฎร์ฯ ติดตามตัวชายคนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยกล่าวทิ้งท้ายว่าสังคมปัจจุบันมีแต่คนใจร้อน ทำให้การใช้ชีวิตไม่ปลอดภัย อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ รักษากติกาของสังคมเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นายโสมนัส อายุ 58 ปี เจ้าของธุรกิจส่วนตัวซึ่งเป็นผู้ประสบเหตุดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น. ตนได้เดินทางไปทำธุระที่บริเวณห้างแห่งหนึ่ง และในขณะที่รอชาร์จแบตรถไฟฟ้าอยู่นั้น ตนได้เข้าไปนวดที่ร้านดังกล่าว เพื่อฆ่าเวลา
นายโสมนัส กล่าวว่า ในขณะที่ตนนวดตนได้เคลิ้มหลับไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.00 น. ตนได้ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ดัง ตนก็เพียงแค่ได้พูดว่า ขอความกรุณาปิดเสียงโทรศัพท์หน่อย แต่เสียงก็ยังไม่หยุดจนได้พูดไปอีกครั้งว่าขอความกรุณาปิดเสียงโทรศัพท์หน่อย หลังจากนั้นฝั่งคู่กรณีได้บุกเข้ามาในห้องนวดของตนดังคลิปกล้องวงจรปิดที่ปรากฏ โดยตนยืนยันว่าตนกับคู่กรณีไม่เคยรู้จักและพบเจอมาก่อนซึ่งปกติแล้วตนนจะไปนวดที่ร้านดังกล่าวเกือบทุกวัน มาเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็รู้สึกตกใจและคิดว่ามันเกินไปที่ข่มขู่จะทำร้ายตนจึงได้มาแจ้งความเพื่อที่จะดำเนินคดีกับคู่กรณี
ผู้สื่อข่าวได้ข้อมูลจากพนักงานร้านนวดคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์แจ้งว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าของธุรกิจได้ส่งเสียงด้วยน้ำเสียงที่กระโชกและค่อนข้างดังว่า “เตียง3-4 มึงจะดังอะไรนักหนาวะ” , “โทรศัพท์จะดังอะไรนักหนา”
ซึ่งเป็นเหมือนเสียง LINE กลุ่มที่ดังเข้ามาหลังจากนั้นนักธุรกิจได้พูด ด้วยน้ำเสียงกระแทกข่ม “ ขอความกรุณาเบาเสียงโทรศัพท์หน่อยได้ไหม”
ซึ่งหลังจากนั้นสองสามีภรรยาที่กำลังนวดอยู่เตียงสามและสี่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่พนักงานจะแจ้งว่าเตียงข้างๆขอความร่วมมือในการปิดเสียงโทรศัพท์ แต่ระหว่างนั้นก็ยังมีเสียงเข้ามาอีกทางคู่กรณีจึงได้เกิดบันดาลโทสะและเข้าไปต่อว่าไม่ยั้ง
ซึ่งทั้งสองฝ่ายเป็นลูกค้าของร้านทั้งคู่ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่อยากให้เป็นธรรมทุกฝ่าย


