รื้อหาดนุ้ย 2 ก.ค.นี้ หากไร้อุทธรณ์ กองทัพภาค 4 พร้อมส่งทหาร ร่วมเคลียร์พื้นที่บุกรุกป่า
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายสัมพันธ์ มีสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต กล่าวว่า จากคำสั่งอธิบดีกรมป่าไม้ให้ทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่หาดนุ้ย ตามมาตรา 25 ต้องรอระยะเวลาประกอบ คาดว่าจะเริ่มได้ในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ในรายการรื้อถอนรวม 11 รายการ ซึ่งตามมาตรา 25 คดีจับกุมไม่มีตัวเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 ออกคำสั่งทางปกครองคำสั่งจะมีผลในวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถอุทธรณ์กับอธิบเกรมป่าไม้ได้ภายใน15 วัน นับแต่ออกคำสั่งคาดว่าจะประมาณวันที่ 17 มิถุนายน 2569
ถ้าเกิดมีการอุทธรณ์ ทางอธิบดีกรมป่าไม้จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณาภายใน 30 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จขยายอีก 30วัน หากกระบวนการไม่มีผู้ใดอุทธรณ์ คาดว่าน่าจะดำเนินการรื้อได้ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 และสำหรับ คดีที่เป็นของเก่าปี 2567 ทีมีการจับกุมได้ลงนามและให้มารับทราบคำสั่งถ้ามีการอุทธรณ์ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ส่วนคดีหาดฟรีด้อม จะส่งหนังสือให้ตามที่อยู่ คาดว่าจะได้รับหนังสือภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ถ้าไม่มีการอุทธรณ์ตรงนี้จะดำเนินการรื้อถอนเช่นกัน ตามไทม์ไลน์ที่กำหนด
นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า สำนักจัดการป่าไม้ที่ 12 กระบี่ และศูนย์ป่าไม้จังหวัดภูเก็ต เข้าดำเนินการในป่าไม้หาดฟรีด้อม ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นมา ได้มีการจับกุมร้องทุกข์กล่าวโทษ รวมทั้งสิ้น 24 คดี พื้นที่บุกรุกทั้งหมดที่ตรวจยึดไว้ประมาณ 58 ไร่ ตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่อส.ประจำในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้มีการกลับมาตรวจยึดปัจจุบัน ตามที่ได้มัการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้กับผู้ที่ปักป้ายว่าเป็นผู้ครอบครองสิทธิ ได้เข้ามามอบตัว ที่สภ.กะรน แต่ได้มีการประกันตัวออกไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินการจากกรมป่าไม้ ในส่วนการแก้ไขปัญหาบุกรุกหาดบางเทา ตามที่จังหวัดมอบหมายให้ปกครองจังหวัดภูเก็ตลงพื่นที่กรณีการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกที่สาธารณะ หาดบางเทา ได้พบมีการเปิดให้บริการร้านค้าจำนวน16 ร้าน
“สอบถามมีคนมาแสดงตัวเป็นผู้ดูแลให้นำชี้พื้นที่ครอบครอง ไดัทำการจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 1 ราย ข้อหาร่วมกันกับพวกบุกรุกที่สาธารณะ และ ข้อหาร่วมกันกระทำการก่อสร้างแผ้วถางตามพรบ.ป่าไม้ ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้กับสภ.เชิงทะเล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”

ทางด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การดำเนินคดี หาดบางเทา และ หาดฟรีด้อม ในพื้นที่รวม 3 สภ. รวมทั้งหมด 25 คดี แยกเป็นหาดฟรีด้อม พื้นที่ป่าตอง 11 คดี ผู้ต้องหา 8 คน รู้ตัว 5 คดี ไม่รู้ตัว 6 คดี อยู่ระหว่างการสอบสวนทั้งหมด ในพื้นที่ สภ.กะรน 11 คดี ผู้ต้องหา 10คน รู้ตัว 11 คดี ส่งอัยการแล้ว 2 คดี ส่วนในพื้นที่หาดบางเทา สภ.เชิงทะเล ทั้งหมด 3 คดี ผู้ต้องหา 3 คน รู้ตัวทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนทั้ง 3 คดี
ทางด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นที่สนใจระดับชาติ ซึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีลงมาดูพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งภูเก็ตแตกต่างจากสุราษฎร์ธานี ในแง่มุมกฎหมายและการปฏิบัติ จากเรื่องนี้นำไปสู่ท่านนายกรัฐมนตรีให้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรทุกจังหวัด ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ไดัทำการระดมสมองแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน โดยตนถูกเลือกให้เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดในภาคใต้นำเสนอ สิ่งที่นำเสนอถ้าเกี่ยวกับการบุกรุกพื้นที่ชายหาดถ้าสถานการณ์ไม่รุนแรง กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ มีหน่วยดูแลรักษาป่า รับไปดำเนินการ

“แต่ในจังหวัดที่มีที่ดินมูลค่าสูง เช่น ภูเก็ต สุราษฏร์ธานี เป็นต้น เขามีความพยายามที่จะสู้เพื่อให้ได้มาของการครอบครองพื้นที่ซึ่งถูกกำหนดว่าเป็นของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นที่ดินของกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ หรือที่สาธารณประโยชน์ที่ นายอำเภอหรือท้องถิ่นดูแล ซึ่งเขามีความพยายามต่อสู้แล้วไม่จบสักทีเป็นการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดา มีความพยายามอื่นเอีกยอะ ที่ทำให้ผู้ปฏิบัติ อยู่ยาก อยู่ไม่ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ขอย้าย ซึ่งไม่ทราบว่าขอย้ายตามรอบ หรือขอย้ายมาตั้งนานแล้วหรือขอย้ายเพราะเหตุนี้ ก็ไม่ได้บอกเป็นข้อเท็จจริง แต่ถ้ายังปล่อยแบบนี้ต่อไป ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะอยู่ถึงวันไหน ในความพยายาม ที่จะสู้ซึ่งได้ พูดต่อหน้าท่านนายกรัฐมนตรีและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ เพราะว่าที่ดินภูเก็ตมีมูลค่าสูง เป็นที่ดินทองคำ”
นายนิรัตน์ กล่าวอีกว่า ขอให้กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯต้องลงมาช่วยเต็มตัว สำหรับ เมืองที่มีที่ดิน ที่มีมูลค่าสูงอย่างที่ภูเก็ตหรือสุราษฎร์ธานี อย่าปล่อยให้คนหน้างาน ชนตามลำพัง ซึ่งตนไม่กลัวแต่กลัวไม่สำเร็จ ซึ่งตรงนี้หาดฟรีด้อม หาดนุ้ย หาดบางเทา สำเร็จได้ เมื่อกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯลงมา ดำเนินการ ตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี จึงสำเร็จ

ทางด้าน นาวาเอก เรวัตร อ่อนละออ ผู้แทนรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมาแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ตรวจเยี่ยมจังหวัดภูเก็ต ประเด็นสำคัญในเรื่องการบุกรุกที่สาธารณะ และประเด็นอื่นๆ สิ่งที่กองทัพภาคที่ 4 สามารถทำให้ทางจังหวัดภูเก็ตได้ คือการใช้กำลังพลในเรื่องการดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานตามกฎหมาย เช่นจะมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายที่บุกรุกอยู่จำนวน 2-3 หาด
“ทางกองทัพภาคที่ 4 คำนึงถึงความปลอดภัยการปฏิบัติงานของพวกท่านทางแม่ทัพภาคที่ 4 ท่านมีดำริและเตรียมส่งกำลังพล มาช่วยดูแลในพื้นที่ต่างๆที่จะมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้เพราะไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยจะดำเนินการมา protect ตรงนี้ให้ หากจะมีการดำเนินการตรงนี้เมื่อไหร่ ขอให้แจ้งมาที่กอ.รมน.จังหวัดภูเก็ต จะจัดส่งกำลังทหารลงไปปฏิบัติงานร่วมกับท่านในการรื้อถอนการเคลียร์พื้นที่สาธารณะกลับสู่การเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติให้กับจังหวัดภูเก็ตต่อไป”





