สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิม ประณามยิงพลเรือนเสียชีวิตในสถานศึกษา เรียกร้องยุติความรุนแรง
กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง ด.ต.อุดุลย์ หะยีสุหลง อายุ 38 ปี ผบ.หมู่ (ป.) ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะขับรถไปรับลูกชาย 2 คน หน้าโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ ต.พงสตา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ นางฟาตีเมาะ ยาโงะ อายุ 35 ปี ภรรยาซึ่งเป็นครูของโรงเรียนเสียชีวิต ส่วน ด.ต.อุดุลย์ได้รับบาดเจ็บ และลูกน้อยวัย 2 เดือนบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างมาก
อ่านข่าว
- ปัตตานีสลด ดาบตำรวจ ไปรับลูกที่ร.ร. คนร้ายประกบยิง โดนภรรยาดับ ลูกวัย 2 เดือนเจ็บ
- หวังปาฏิหาริย์ แพทย์ทุ่มสุดกำลัง ยื้อชีวิต ด.ญ.2เดือน ถูกลูกหลงบุกยิงพ่อตร. ชีพจรกลับมาแล้ว
- ศธ.-ร.ร.ประสานวิทยามูลนิธิ อาลัย ครูสาว เสียชีวิต หลังถูกลูกหลง จากเหตุคนร้ายประกบยิง
- ด.ต. เล่านาทีถูกประกบยิง ยังทำใจไม่ได้สูญเสียภรรยา รับจะเข้มแข็งเพื่อลูก จนท.เร่งติดตามคนร้าย
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง การประณามเหตุการณ์การใช้ความรุนแรงต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่สถานศึกษา
จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙ กรณีคนร้ายจำนวน ๔ คน ขี่รถจักรยานยนต์ ๒ คัน ใช้อาวุธปืน ก่อเหตุยิง ดาบตำรวจอดุลย์ สังกัด สภ.ยะหริ่ง ได้รับบาดเจ็บ และส่งผลให้นางฟาตีเมาะ ภรรยา ซึ่งเป็นครูของโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ เสียชีวิตภายในรถยนต์ ขณะกำลังอุ้มลูกทารก และจอดรถรอรับบุตรอีกคน บริเวณใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการสูญเสียของผู้เป็นแม่ ผู้เป็นครู และผู้บริสุทธิ์ ซึ่งไม่ควรตกเป็นเป้าของความรุนแรงไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น
สมาพันธ์ฯ ขอประณามการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และการก่อเหตุที่ส่งผลกระทบต่อครอบครัว ผู้หญิง เด็ก และสังคม เพราะความรุนแรงไม่อาจเป็นหนทางของการแก้ไขปัญหา มีแต่จะสร้างบาดแผล ความหวาดกลัว และความสูญเสียให้เกิดขึ้นในพื้นที่ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังถือเป็นการละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะสิทธิในการมีชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงขัดต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law: IHL) ที่กำหนดให้ทุกฝ่ายต้องคุ้มครองพลเรือน ผู้หญิง และเด็กจากผลกระทบของความรุนแรง หลีกเลี่ยงการกระทำที่ส่งผลต่อผู้บริสุทธิ์ เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงผลกระทบอันรุนแรงต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และบ่อนทำลายความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนในสังคมอย่างยิ่ง ทั้งนี้ สถานศึกษาและบริเวณโดยรอบของโรงเรียน ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทุกคน โรงเรียนควรเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความหวัง และอนาคต ไม่ใช่พื้นที่ของความหวาดกลัวและความรุนแรง
ดังนั้น ทางสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมกันปกป้องพื้นที่พลเรือน และยุติการกระทำที่ละเมิดต่อหลักมนุษยธรรมเพื่อไม่ให้โศกนาฏกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกในสังคม


