คนขับเล่านาทีระทึก เครื่องยนต์เรือขัดข้อง บังคับไม่ได้ พุ่งชนเสาไฟฟ้าเอน 6 ต้น บ้านปชช.เสียหาย 7 หลัง ไฟดับเกือบทั้งชุมชน
จากกรณีเหตุเรือโยงบรรทุกไม่ทราบชนิด ล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนพุ่งชนเสาไฟฟ้าคอนกรีตริมแม่น้ำ บริเวณหน้าร้านอาหารมีรักษ์ หมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ส่งผลให้เสาไฟฟ้าเอนตัวพาดเข้าหาบ้านเรือนประชาชนและสิ่งปลูกสร้างริมแม่น้ำได้รับความเสียหายหลายจุดนั้น
อ่านข่าว – ระทึก! เรือโยงบรรทุก พุ่งชนเสาไฟฟ้าริมเจ้าพระยา เสาเอน 6 ต้น ไฟดับเกือบทั้งชุมชนเกาะเกร็ด
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาพที่ชาวบ้านบันทึกไว้ได้ พบว่าบริเวณทางเดินและโครงสร้างหน้าร้านได้รับแรงกระแทกจนพังเสียหาย ขณะที่เสาไฟฟ้ายังคงเอนตัวและมีสายไฟรั้งเอาไว้ สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้พักอาศัยในพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าเสาไฟจะล้มลงมาเพิ่มเติม เพราะยังมีอาการโยกไปมาอยู่ตลอดเวลา

นายอภิรัตน์ อายุ 58 ปี เจ้าของร้านคาเฟ่น้ำวน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 05.30 น. ตนได้เดินทางไปตลาดย่านปากเกร็ด โดยขณะกำลังเดินมาขึ้นเรือที่ท่าวัดสนามเหนือเพื่อจะข้ามกลับมาที่บ้านบนเกาะเกร็ด ได้ยินเสียงเรือโยงเร่งเครื่องดังสนั่นบริเวณหน้าร้านของตน หลังได้ยินเสียงผิดปกติจึงรีบข้ามเรือกลับมาดู พบว่าบริเวณทางเชื่อมหน้าบ้านได้รับความเสียหายพังลง และเสาไฟฟ้ายังคงติดคาอยู่โดยมีสายไฟรั้งเอาไว้ ซึ่งมองว่าอันตรายมาก เพราะเสาไฟยังโยกไปโยกมา
นายอภิรัตน์กล่าวอีกว่า ระหว่างข้ามกลับมายังได้ยินชาวบ้านพูดกันว่าเสาไฟฟ้าหายไปหลายต้น เบื้องต้นทราบว่าเรือโยงลำดังกล่าวชนเสาไฟฟ้ารวมทั้งหมด 6 ต้น ส่วนแฟนของตนสามารถถ่ายคลิปเหตุการณ์เอาไว้ได้ โดยเรือโยงได้เฉี่ยวบริเวณเชิงชายร้านจนได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่พุ่งชนเข้าตัวร้านเต็มๆ เพราะหากชนจังๆ คาดว่าร้านอาจพังเสียหายหนักกว่านี้อย่างแน่นอน

เบื้องต้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ไฟฟ้าในพื้นที่ชุมชนตำบลเกาะเกร็ดดับเป็นวงกว้างเกือบทั้งชุมชน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งเข้าตรวจสอบความเสียหาย รวมถึงดำเนินการแก้ไขระบบไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ส่วนคนขับเรือได้จอดรอเจ้าหน้าที่บริเวณที่เกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุด ว่า บริเวณจุดเกิดเหตุพบเรือลากจูงต้นเหตุยังจอดอยู่ใกล้บ้านผู้เสียหาย โดยมีการประสานเรืออีกลำเข้าช่วยลากเรือพ่วงบรรทุกเม็ดถั่วออกไปยังจุดปลอดภัย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานยังคงปิดพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
นายดุล อายุ 62 ปี ผู้ช่วยคนขับเรือ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขนส่งเมล็ดถั่วไปยัง จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างเดินเรือเครื่องยนต์เกิดขัดข้องและมีไฟลุกไหม้ ทำให้เรือไม่มีกำลัง พยายามเร่งเครื่องแต่เร่งไม่ขึ้น ต้องผ่อนคันเร่ง ก่อนที่เรือจะพุ่งเข้าหาแนวเสาไฟฟ้าริมน้ำ
ด้านนายธงชัย อายุ 62 ปี คนขับเรือ กล่าวว่า ตนและผู้ช่วยรวม 2 คน ขับเรือมาจากพื้นที่พระประแดง โดยเรือพ่วงบรรทุกเมล็ดถั่วประมาณ 7 พันตัน และมีเรือพ่วงรวมทั้งหมด 3 พ่วง ปลายทาง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อมาถึงบริเวณบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ ขณะนั้นเรือกำลังขับทวนกระแสน้ำ ก่อนเกิดเหตุ ปะเก็นเครื่องยนต์ (Gasket) แตกจนเกิดระเบิดและไฟลุกบริเวณเครื่องยนต์ มีประกายไฟคล้ายจุดพลุ ทำให้กำลังเรือตก เหยียบคันเร่งไม่ขึ้น
นายธงชัยกล่าวต่อว่า จากนั้นเรือโยงที่บรรทุกสินค้าจึงกระแทกแนวเสาไฟฟ้า แต่ไม่ได้พุ่งชนตรงๆ ลักษณะเป็นการลากจนทำให้เสาไฟฟ้าต้นอื่นล้มตามหลายต้น ระหว่างเกิดเหตุพยายามควบคุมเรือให้ออกห่างจากบ้านเรือนประชาชนมากที่สุด พร้อมวิทยุประสานเรืออีกลำเข้ามาช่วยลากออกไป ซึ่งตามปกติบริษัทจะมีการตรวจสภาพเรือก่อนใช้งานทุกครั้ง โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว 1 ครั้ง แต่ครั้งก่อนพื้นที่กว้างไม่มีบ้านเรือนจึงไม่เกิดความเสียหาย เบื้องต้นเรือตนไม่มีประกัน ได้บอกกับทางหัวหน้าตนแล้วซึ่งมีการนัดหมายเข้าพบกรมเจ้าท่าเพื่อสอบปากคำแล้ว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมรับแจ้งความจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวม 7 หลังคาเรือน โดยเจ้าหน้าที่แจ้งให้เจ้าของบ้านประเมินมูลค่าความเสียหายก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้ทำการตัดกระแสไฟฟ้า พร้อมแจ้งเตือนชาวบ้านในพื้นที่ โดยประเมินเบื้องต้นพบเสาไฟฟ้าได้รับความเสียหายรวม 6 ต้น และอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการเคลื่อนย้าย

ด้านนายอำนาจ สอนหมวก ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ทางกรมเจ้าท่าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบสวนหาสาเหตุ พร้อมเรียกผู้ประจำเรือเข้าพบ เบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายประมาณ 7 หลัง เสียหายหนัก 1 หลัง ส่วนที่เหลือได้รับผลกระทบบริเวณชายคา และเสาไฟฟ้าเสียหายประมาณ 5 ต้น
นายอำนาจกล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมเจ้าท่าได้มีคำสั่งงดใช้เรือลำดังกล่าว พร้อมประกาศควบคุมการสัญจรทางน้ำเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน และหากผลสอบสวนพบข้อเท็จจริงชัดเจน อาจพิจารณายึดใบอนุญาตผู้ขับเรือ ฐานขับเรือโดยประมาท โดยเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากเครื่องยนต์ขัดข้องและปะเก็นแตก แต่จะต้องสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง
นายอำนาจกล่าวต่อว่า พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการเรือโยงทุกลำว่า แม่น้ำลัดเกร็ดเป็นพื้นที่ทางน้ำค่อนข้างแคบ ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกและกระแสน้ำแรง จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมถึงตอนนี้ชาวบ้านหลายหลังคาเรือนกังวลเรื่องความปลอดภัย จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเจ้าท่านั้นให้ความมั่นใจว่า ทางเรามีการออกตรวจเป็นประจำอยู่แล้ว ในการตรวจเรือและประกาศนียบัตร ในการตรวจสอบความรู้คนประจำเรือ และจะดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ชาวเรือได้รับทราบในแม่น้ำลัดเกร็ด ทั้งนี้อยากฝากเรือขนสินค้าตรวจสอบสภาพเรือก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีกนนทบุรี ยายวัย 88 เล่านาทีเฉียดตาย เรือโยงชนเสาไฟทับบ้านพังยับหวิดถูกทับคาเตียง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านหลังหนึ่ง หมู่ 1 ต.เกาะเกร็ด ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบเสาไฟฟ้าเอนพาดตัวบ้าน สภาพหลังคาและฝ้าเพดานได้รับความเสียหาย โดยได้เข้าพบ น.ส.เพ็ญศรี อายุ 70 ปี เจ้าของบ้าน และนางทวน หรือยายป้อม อายุ 88 ปี ซึ่งอาศัยอยู่เพียงลำพังและไม่สามารถเดินได้ เกือบถูกบ้านถล่มทับ
น.ส.เพ็ญศรีเปิดเผยว่า ช่วงเกิดเหตุประมาณตี 5 เรือโยงได้พุ่งชนเสาไฟฟ้า จนเสาไฟฟ้าบริเวณบ้านหลังสีเขียวเกือบล้มลงมา โดยสายไฟได้พาดเข้ามาที่บ้านของน้า ส่วนบ้านของตนได้รับความเสียหายบริเวณด้านข้าง หลังคาแตกร้าว ฝ้าเพดานถล่มลงมา และไฟดับทันที โชคดีที่หม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ซึ่งอยู่หน้าบ้านไม่ระเบิด ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายรุนแรงมากกว่านี้
น.ส.เพ็ญศรีกล่าวอีกว่า หากมีการซ่อมหรือเปลี่ยนหม้อแปลงใหม่ ก็ไม่อยากให้มาติดตั้งไว้หน้าบ้านอีก ตอนนี้ยังไม่กล้าเข้าไปในบ้าน เพราะต้องรอให้ช่างเข้ามาตรวจสอบก่อน เนื่องจากมีกระเบื้องหล่นลงมาและยังไม่แน่ใจว่าโครงสร้างหลังคาร้าวหรือไม่ ตอนเกิดเหตุตนตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งหนีออกจากบ้าน แต่ระหว่างวิ่งเสียหลักล้มอยู่ภายในบ้าน ก่อนที่หลานจะเข้ามาช่วยประคองออกมา เพราะกลัวถูกไฟชอร์ตจากเสาไฟฟ้าที่ล้มลงมา พร้อมระบุว่าโชคดีที่เสาไฟไม่ล้มทับยายข้างบ้านที่นอนอยู่ใกล้ผนังบ้าน ไม่เช่นนั้นอาจเสียชีวิตได้

ด้านนางทวน หรือยายป้อม อายุ 88 ปี เล่านาทีเฉียดตายว่า ขณะเกิดเหตุตนนอนอยู่บนเตียง กระทั่งเวลาประมาณ 05.30 น. ได้ยินเสียงดัง “ปึ้งๆ” หลายครั้ง จึงรีบลุกลงจากเตียง ก่อนจะเห็นเสาบ้านเอนลงมา ทำให้ตกใจอย่างมาก พร้อมพูดด้วยอาการสั่นเครือว่า “ไม่น่าเชื่อ พูดแล้วยังขนลุก” จากนั้นรีบตะโกนเรียกให้เข้ามาช่วยเหลือ
ยายป้อมยังบอกอีกว่า บ้านเรือนบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายหลายหลัง ปัจจุบันเรือเหล็กที่วิ่งผ่านมีทั้งขนาดใหญ่และยาวกว่าในอดีต ต่างจากเมื่อก่อนที่เรือมีขนาดเล็กกว่านี้ ตนเกิดและเติบโตอยู่ริมน้ำ เห็นเรือโยงแล่นผ่านทุกวัน แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน หลานเคยชวนไปอยู่ที่อื่น แต่สุดท้ายก็กลับมาอยู่บ้านเกิด เพราะรักที่นี่ โชคดีที่ครั้งนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บ แม้ตนจะไม่สามารถเดินได้ก็ตาม


