หน้าแรก ภูมิภาค สมาพันธ์ปลัดเ...

สมาพันธ์ปลัดเทศบาลชี้ สปสช.ถังแตก งบกองทุนค่ารักษาพยาบาลข้าราชการท้องถิ่น

3.06.17 | 17:55 น.

วันที่ 3 มิถุนายน นายศักดิพงศ์ ธรรมอาชวกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือ สปสช. ได้ชี้แจงแนวทางการใช้งบประมาณปี 2560 สำหรับกองทุนค่ารักษาพยาบาลข้าราชการท้องถิ่น มีปัญหางบประมาณที่ได้รับการจัดสรรอาจมีไม่เพียงพอ หลังจากปีงบประมาณ 2560 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 – กันยายน 2560 องค์การปกครองท้องถิ่น ( อปท.) ทั่วประเทศได้กำหนด วงเงินไว้ 6,348,046,000 บาท แต่ได้รับการจัดสรรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพียง 4,567,500,000 บาท ขณะที่ล่าสุดมียอดเงินกองทุนเหลือเพียง 262,182,968 บาท และก่อนสิ้นปีงบประมาณในเดือนกันยายนนี้ คาดว่าเงินกองทุนที่เหลือจะไม่เพียงกับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลให้กับข้าราชการพนักงานท้องถิ่นจากเดิมเฉลี่ยใช้จ่ายเดือนละกว่า 400 ล้านบาท


“ ที่ผ่านมาบันทึกข้อตกลงเดิมระบุว่าหากในปีงบประมาณเงินกองทุนฯ ไม่เพียงพอ กำหนดให้ สปสช.สำรองจ่ายไปก่อนจากนั้น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ( สถ.) จะตั้งงบประมาณทดแทนคืนให้ แต่ล่าสุด สปสช.แจ้งว่า กฎหมาย สปสช.ไม่สามารถดึงเงินจากกองทุนฯ อื่นมาสำรองจ่ายทดแทนให้กองทุนค่ารักษาพยาบาลข้าราชการท้องถิ่นได้ สปสช.จึงขอเสนอแก้ไขบันทึกข้อตกลงใหม่ เนื่องจากบันทึกเดิมขัดกับกฎหมายและมติกรรมการ สปสช. ดังนั้น สปสช.มีข้อเสนอให้ท้องถิ่น ของบกลาง จากนายกรัฐมนตรี และสำนักงบประมาณ แต่ได้รับการนยืนยันว่างบกลางมีจำนวนจำกัด จะใช้จ่ายเฉพาะเรื่องเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล “ นายศักดิพงศ์ กล่าว

ประธานสมาพันธ์ปลัดเทศบาลฯ กล่าวอีกว่า เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะสั้น สปสช.ควรดำเนินการตามหลักการที่กำหนดไว้ เนื่องจากกรรมการ สปสช. มีอิสระพอสมควร ดังนั้นหากจะได้นำงบประมาณจากส่วนอื่นมาทดรองจ่ายไปก่อนก็น่าจะบรรเทาความเดือดร้อนได้ เนื่องจาก สปสช.เข้ามาบริหารจัดการเงินกองทุนฯ โดยมีการคิดค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการร้อยละ 1.50 และในอนาคตรัฐบาลต้องตระหนักถึงบทบาทการทำหน้าที่ของข้าราชการท้องถิ่น เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค โดยจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรายปี รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนเงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการท้องถิ่น เพื่อให้มีงบประมาณในการดูแลสิทธิต่างๆให้มีความเท่าเทียมกัน