ผู้ว่าฯโคราชห่วงปชช.ชวดเงินไทยช่วยไทยพลัส กำชับ 32 นายอำเภอรุกโค้งสุดท้ายปลุกลงทะเบียนก่อนปิดระบบ 29 พค.
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประชุมนายอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อติดตามและขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในระดับพื้นที่

นายอนุพงศ์ เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการเร่งฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน ระบบกำลังจะปิดรับลงทะเบียนในวันที่ 29 พฤษภาคม นี้ ขณะนี้โควตาทั่วประเทศ ยังคงมีสิทธิ์เหลืออยู่อีกประมาณ 4 ล้านสิทธิ์ ด้วยความเป็นห่วงประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาที่ยังไม่ลงทะเบียน สั่งการให้นายอำเภอ 32 อำเภอ เร่งทำงานเชิงรุกและอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนให้อย่างทั่วถึง เพื่อไม่ให้ประชาชนพลาดโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จากทางภาครัฐ
โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีและระบบสมาร์ทโฟน ทางจังหวัดนครราชสีมาจึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องชาวจังหวัดนครราชสีมาที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ให้รีบดำเนินการลงทะเบียนผ่านระบบ ภายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นี้ เพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง

ที่ จ.อุทัยธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการเตรียมความพร้อมรองรับโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เป็นไปอย่างคึกคัก ร้านค้าต่าง ๆ เริ่มตื่นตัวและเร่งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ แจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้าว่าทางร้านยินดีเข้าร่วมและรองรับการใช้สิทธิ์ตามโครงการดังกล่าว ที่ร้านบ้านพลัสดุ ร้านจำหน่ายเครื่องเขียนและวัสดุสำนักงานประจำอำเภอทัพทัน ของ นางสาวปัทมา ทองวิชิต เจ้าของร้าน ได้นำป้ายโครงการมาติดตั้งเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ ระบุว่าทางร้านขานรับนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากจากประสบการณ์ในโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ทำให้ยอดขายภายในร้านเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นางสาวปัทมา กล่าวว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครองที่ต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนและของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเชื่อว่าการที่ประชาชนจ่ายเองเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ จะยิ่งช่วยให้ตัดสินใจจับจ่ายใช้สอยได้ง่ายขึ้น

ที่ร้านเจ๊โปรย ใจดี ร้านขายของชำชื่อดังในอำเภอเดียวกัน ภายในร้านมีการเตรียมความพร้อมอย่างคึกคัก นางสาวบุญพิง บุตรดี พนักงานประจำร้านทำงานมานานกว่า 10 ปี เร่งจัดเตรียมและติดป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ เปิดเผยว่า ในช่วงโครงการ คนละครึ่ง ครั้งก่อน ทางร้านได้รับผลตอบรับดีมาก มีประชาชนเข้ามาใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในชุมชนมีความคึกคัก
นางสาวบุญพิง ยังแสดงความเชื่อมั่นว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ในครั้งนี้ จะได้รับเสียงตอบรับดียิ่งกว่าเดิม เนื่องจากประชาชนมีภาระในการจ่ายเงินเองน้อยลง จากเดิมที่ต้องร่วมจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ประชาชนกล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพได้อย่างชัดเจน

ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท พบว่าพ่อค้าแม่ค้าให้ความเห็นว่า เชื่อว่าการคิกออฟใช้สิทธิกันในวันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป จะช่วยทำให้การค้าการขายดีขึ้น ยอดขายน่าจะเติบโตขึ้นเพราะประชาชนทุกคนมีกำลังซื้ออยู่ในมืออย่างน้อยๆ ต่อคนตกเดือนละ 1000 บาท
คุณส้ม แม่ค้าอาหารปรุงสำเร็จในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท เปิดเผยว่า 4-5 เดือนที่ผ่านมา การค้าฝืดเคืองลงมาก เศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ประกอบกับวิกฤตการณ์น้ำมัน ทำให้ยอดขายตกอย่างมาก เมื่อทราบว่ามีการเปิดให้ลงทะเบียน ให้ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ก็รีบกดเข้าไปสมัครยืนยันร่วมโครงการทันที ไม่มีความยุ่งยาก ได้ให้ร้านผลิตป้ายโฆษณาจัดทำป้าย สัญลักษณ์โครงการไทยช่วยไทยพลัส เตรียมไว้ที่จะติดที่หน้าร้าน พร้อมให้บริการคิกออฟพร้อมกับร้านอื่นๆ ทั่วประเทศในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หวังว่าจะกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นในตลาดจะช่วยให้ยอดขายเติบโตขึ้นได้อย่างน้อย 1 เท่าครึ่ง ช่วยทำให้เกิดสภาพคล่องในร้านและเศรษฐกิจภาพรวมดีขึ้น

