ผู้ใหญ่บ้าน เกณฑ์คนล้อมกุฏิพระวัดดังอุดรฯ เจอสีกาหลบในห้องน้ำ จับสึก-ไล่พ้นวัด
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดแห่งหนึ่ง ในบ้านศรีวิไล หมู่ 5 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อตรวจสอบเหตุ นายสินสวัสดิ์ ศรธเดช อายุ 44 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ.ศรีวิไล พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน บุกล้อมกุฏิพระภายในวัด หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีผู้หญิงขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในวัด และหายเข้าในกุฏิพระลูกวัด เมื่อตรวจสอบก็พบว่ามีผู้หญิงอยู่ในกุฏิจริง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. เมื่อคืนวันที่ 28 พฤษภาคม โดยระหว่างบุกเข้าตรวจสอบได้มีการบันทึกภาพเอาไว้ได้
ในคลิปดังกล่าว หลังจากที่นายสินสวัสดิ์ ผู้ใหญ่บ้าน ได้ไปแจ้งหลวงปู่แววดาว นาคฺวฺโร อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัด ได้เดินออกมาร่วมตรวจสอบกับชาวบ้าน ซึ่งมีชาวบ้านประมาณ 6-7 คน มาช่วยกันล้อมกุฏิเอาไว้ บริเวณด้านหน้าพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกูปปี้ สีแดง จอดอยู่ ผู้ใหญ่บ้านได้สาดไฟฉายตรวจสอบรอบบริเวณ พบว่ากุฏิถูกล็อกจากด้านใน จากนั้นตะโกนเรียกพระรูปดังกล่าวออกมาจากกุฏิ สักพักก็มีชายหัวโล้นนุ่งผ้าขนหนูตัวเดียวออกมาจากกุฏิ และยอมให้เข้าไปข้างใน ส่วนในห้องน้ำพบผู้หญิง 1 ราย สวมเสื้อผ้าปกติ หลบอยู่ในห้องน้ำ

หญิงคนดังกล่าวเมื่อเห็นว่ามีการถ่ายคลิปวิดีโอ ได้ยกมือขึ้นมาปกปิดใบหน้า พร้อมกับบอกว่าถ้าไม่หยุดถ่ายคลิปจะไม่ยอมออกไปข้างนอก ชาวบ้านจึงหยุดถ่ายคลิปและเดินออกมาจากกุฏิ ทั้งคู่จะยอมเดินออกมา หลังจากตรวจสอบทราบชื่อพระว่า พระวรวิทย์ หรือนายวรวิทย์ อายุ 55 ปี ชาว ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ส่วนผู้หญิงชื่อว่า น.ส.ปาน อายุ 29 ปี ชาว ต.อุ่มจาน อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี เบื้องต้นพระวรวิทย์ ได้ยอมรับว่าพาผู้หญิงเข้ามาอยู่ด้วยจริง จึงยินยอมสึกจากเจ้าอาวาส ก่อนเปลี่ยนชุดฆราวาส และขับรถจักรยานยนต์ซ้อน น.ส.ปานตะวัน ออกจากวัดประมาณ 02.00 น.

นายสินสวัสดิ์ ศรธเดช ผู้ใหญ่บ้าน บ.ศรีวิไล เล่าว่า เมื่อคืนมีชาวบ้านที่อยู่ใกล้วัดโทรแจ้งว่า เห็นผู้หญิงขับรถจักรยานยนต์เข้าไปในวัด และเข้าไปในกุฏิของพระวรวิทย์ ตนจึงเกณฑ์ชาวบ้านให้ออกมาช่วยกันล้อมกุฏิเอาไว้ เมื่อพระเปิดประตูออกมาก็เห็นว่านุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว แต่ไม่ได้พูดอะไร มีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเดินเข้าไปข้างในก็แสดงความกังวลออกมา ถามอะไรก็ไม่ตอบ ตนจึงเดินไปที่ห้องน้ำก็เห็นผู้หญิงยืนหลบอยู่ข้างใน พระจึงยอมรับแต่โดยดีว่าทำผิดไปแล้ว เจ้าอาวาสก็บอกผิดร้ายแรงอยู่แล้ว พระจึงเปลี่ยนชุดแล้วออกไปจากวัดกับผู้หญิง
นายสินสวัสดิ์กล่าวว่า พระรูปนี้เพิ่งมาอยู่ที่วัดได้ไม่นาน รู้เรื่องระแคะระคายจากชาวบ้านมาสักระยะแล้ว แต่เห็นจะจะ คาตาแบบนี้เป็นครั้งแรก วัดนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ชาวบ้านเองส่วนใหญ่ก็ออกไปทำงานข้างนอก เย็นก็กลับมาพักผ่อน จึงไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไหร่ ผู้หญิงคนนี้เองก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่เท่าที่รู้พระรูปนี้เคยไปจำวัดอยู่ที่ อ.ประจักษ์ศิลปาคม คงจะเจอกันที่นั่น เขาเองก็ไม่ได้บอกว่าเป็นญาติหรือรู้จักกันแบบไหน เมื่อเรื่องแดงขึ้นแล้ว เขาก็พากันออกไปจากวัดกลางดึกทันที กระทั่งเช้าผู้ชายก็กลับมาเก็บข้าวของในกุฏิออกไปทั้งหมด ตอนเขามาตนก็ไม่เห็น เพราะติดธุระอยู่

หลวงปู่แววดาว เจ้าอาวาสวัด เล่าว่า ที่วัดมีพระอยู่ 2 รูป เมื่อพระวรวิทย์ กระทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง ก็ได้สึกออกไป จึงได้ยึดเอาเอกสารใบสุทธิพระเอาไว้ เหลือเพียงอาตมารูปเดียว พระรูปนี้บวชที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ประจักษ์ศิลปาคม ย้ายมาจำวัดอยู่ที่วัดป่าแห่งหนึ่ง บ้านเหลี่ยมพิลึก ใกล้กับวัดนี้ เห็นว่าเขาอยากมาอยู่วัดใกล้บ้านเขา ทราบว่าคนบ้านหนองตูม เพิ่งมาอยู่ที่วัดนี้ได้ประมาณ 5 เดือน เขาปฏิบัติกิจของสงฆ์ตลอด แต่ก็ไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยรู้ว่ามีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อน แต่เมื่อความผิดร้ายแรงชัดเจนแบบนี้ ก็ถือว่าปาราชิกขาดจากการเป็นพระโดยทันที


