โยธาโคราช แจงปรับปรุงภูมิทัศน์น้ำผุดเขาใหญ่ งบกว่า 44 ล้าน ยันไม่ตัดต้นไม้ เข้มรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม นายพุทธชาติ สามงาม ผู้อำนวยการสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด (ผอ.สนง.ยธจ.) นครราชสีมา ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีภาคประชาชน ภาคีเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์และท่องเที่ยวเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ได้ยื่นหนังสือคัดค้านกับนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมา เรื่องขอให้ทบทวนการดำเนินโครงการก่อสร้างและปรับปรุงน้ำผุดธรรมชาติ บ้านท่าช้างเหนือ หมู่ 16 ต.หมูสี อ.ปากช่อง ระบุเหตุผลว่าน้ำผุดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศยอดนิยมในกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยองค์กรยูเนสโกประกาศรับรองในปี 2548 การดำเนินการอาจส่งผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งธุรกิจการท่องเที่ยวเขาใหญ่
นายพุทธชาติเปิดเผยไทม์ไลน์ว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 นายสมเกียรติ พยัคฆกุล นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) หมูสี อ.ปากช่อง จัดประชุมเปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์น้ำผุดธรรมชาติ บนที่ดินการทำประโยชน์บ้านท่าช้างเหนือ มีพี่น้องประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 50 คน เห็นชอบให้ดำเนินโครงการที่ขอสนับสนุนงบ 44,540,000 บาท จากกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยมอบหมายให้ สนง.ยธจ.นครราชสีมา เป็นผู้สำรวจ ออกแบบร่วมกับ ทต.หมูสี และเปิดประมูลตามขั้นตอน โดยว่าจ้าง บริษัท 500 ไมล์ จำกัด สัญญาจ้างเลขที่ สสผ.405/2568 ดำเนินงานประกอบด้วย 1.ป้ายโครงการ 2.รั้วและประตูทางเข้า 3.งานปรับปรุงลานจอดรถ 4.งานปรับปรุงถนน 5.ลานจุดชมวิว 6.ศาลาพักผ่อน 7.สะพานคนเดินข้าม 8.ฝายน้ำล้น 9.บันไดทางลง 10.กำแพงกันดิน 11.งานปรับปรุงภูมิทัศน์ 12.งานระบบไฟฟ้า 13.งานระบบสุขาภิบาล 14.ถนนแอสฟัลต์ติกความยาวประมาณ 1.3 กิโลเมตร และเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่นๆ กำหนดวันที่ 8 มิถุนายนนี้ ปิดแหล่งท่องเที่ยว เพื่อดำเนินโครงการ กำหนดเวลา 660 วัน

“แม้โครงการไม่ต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ยืนยันว่าไม่มีการตัดต้นไม้แต่อย่างใด มีเพียงกำจัดวัชพืชที่ขึ้นรกเท่านั้น การเทปูนซีเมนต์ในพื้นที่น้ำผุดใช้คอนกรีตผสมเสร็จปรับปรุงฝายชะลอน้ำให้ถูกหลักวิชาการ เพื่อควบคุมระดับน้ำสูงประมาณ 1 เมตร ทำกำแพงกันดิน บันไดทางเดินและทางลาดเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวร่างกาย จากนั้นปลูกพืชเพื่อรักษาหน้าดินไว้ จึงไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม” ยธจ.นครราชสีมากล่าว
ด้านนายจินดา ฉิมพลี อาสาสมัครสื่อความหมายธรรมชาติ กล่าวว่า การสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพพื้นที่ลำตะคอง บริเวณน้ำผุดบ้านท่าช้าง ต้นน้ำซับลำน้ำมูลมีน้ำไหลออกมาจากใต้ดิน พบต้นไม้ขนาดใหญ่ 70-80 ต้น และพืชตามตามซอกหินต่างๆ จำนวนมาก เก็บความชื้นลดการพังทลายของหน้าดิน หากต้นไม้และพืชบริเวณนี้หายไป น้ำอาจแห้งไม่ผุดขึ้นมา กระทบต่อตัวตะกอง สัตว์ที่เป็นดัชนีสำคัญของลำตะคอง ที่มีถิ่นอาศัยค่อนข้างเฉพาะวางไข่บริเวณ 2 ฝั่งของลำน้ำที่มีความใสสะอาดน้ำไหลตลอด ปีและยังมีสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด ทั้งนกเงือก ไก่ฟ้าพญาลอ ที่ผ่านในปี 2551 และ 2559 ประสบภัยแล้ง ไม่มีน้ำผุดตามธรรมชาติ ทั้งนี้ พวกเราไม่ได้คัดค้าน แต่ขอให้ชี้แจงข้อมูลและมาตรการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งแนวทางรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน




