หน้าแรก ภูมิภาค “จอกหูหนูยักษ...

“จอกหูหนูยักษ์” ยึดอ่างกุดลิงง้อ ซ้ำอ่างห้วยหลวง-บ้านจั่น

4.06.17 | 12:04 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พบการระบาดของ “จอกหูหนูยักษ์” ปีศาจสีเขียว เฟิร์นน้ำลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ที่อ่างเก็บน้ำกุดลิงง้อ ต.นาดี อ.เมือง ของกรมชลประทาน มีความจุมากกว่า 6.4 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยสภาพขึ้นปกคลุมผิวน้ำเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จะเหลือช่องว่างเฉพาะบริเวณลมพัดออกจากฝั่ง หลังจากก่อนหน้านี้พบการระบาดที่อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ความจุ 135 ล้าน ลบ.ม. ระบาดอยู่ 5,000 ไร่ อ่างฯบ้านจั่น ความจุ 4.3 ล้าน ลบ.ม. ที่กำลังของบประมาณมาป้องกันไม่ให้แพร่ระบาดไปแหล่งน้ำอื่น รอการกำจัดให้สิ้นซาก


นายศักดา หรือหลอ พรมศาลา อายุ 35 ปี ชาวประมงอ่างกุดลิงง้อ ราษฎรบ้านหนองแก ม.4 ต.นาดี อ.เมือง เปิดเผยว่า มีชาวบ้านหาปลาเลี้ยงชีพ ที่อ่างเก็บน้ำกุดลิงง้อ 10 ครอบครัว ไม่นับที่เป็นคนต่างถิ่น ส่วนใหญ่ใช้วางตาข่ายจะได้ปลานิล, ขาวไทย, ตะเพียน, ชะโด, สวาย และอื่นๆ วันละ 5-10 กก. เอาไปขายได้ กก.ละ 60-100 บาท แต่ตอนนี้ลงหาปลาไม่ได้ เพราะมีจอกหูหนูยักษ์ขึ้นคลุมน้ำทั้งหมด ต้องไปหาปลาในแหล่งน้ำอื่นที่อยู่ใกล้ๆ ได้วันละ 2-3 กก.เท่านั้น

“อ่างฯกุดลิงง้อไม่เคยมีจอกหูหนูยักษ์ มีอยู่บ้างก็เป็นไมยราบยักษ์, ผักตบ และพืชชายน้ำทั่วไป แต่ก็ไม่เคยขึ้นจนเต็มพื้นที่แบบนี้ เห็นจอกหูหนูยักษ์มาราว 3 เดือนก่อน ลอยบนผิวน้ำไปมาตามกระแสลม และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนมีฝนตกลงมาเร็วกว่าปกติ มันเกิดเร็วมากจนเต็มพื้นที่ และเมื่อลมพัดมาแรงๆ จอกหูหนูยักษ์ก็จะถูกดันมาที่ฝั่ง อัดกันหนาขึ้นเรื่อยๆ จนเอาเรือออกจากฝั่งไม่ได้ หรือหากเอาเรือไปวางตาข่ายได้ เมื่อลมเปลี่ยนทิศตาข่ายก็จะเสียหาย จึงไม่มีใครออกไปหาปลา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ่างฯกุดลิงง้อรับน้ำจากลำห้วยริน ต้นน้ำจากป่าภูรินและป่าใกล้เคียง มีฝายน้ำล้นและประตูควบคุมน้ำอยู่ทางทิศตะวันออกของอ่างฯ เพื่อไหลต่อไปยังลำห้วยริน จากนั้นไหลเข้าทางระบายน้ำรอบเมืองอุดรธานี ฝั่งตะวันตก เพื่อป้องกันน้ำท่วม และไหลไปลงที่ “อ่างฯหนองสำโรง” ก่อนระบายลงสู่ลำน้ำห้วยหลวง หากฝนตกลงมาจนน้ำล้นฝาย จอกหูหนูยักษ์จะไหลออกไประบาดในแหล่งน้ำธรรมชาติสำคัญของอุดรธานี

Advertisement

สำหรับ “จอกหูหนูยักษ์” ถ้าสภาพเหมาะสมเพียง 1 ต้น เวลา 3 เดือน จะขยายพันธุ์เติบโตมีน้ำหนักรวม 64 ตัน อีกทั้งยังเกิดทับซ้อนจนหนา พันธุ์พืชชนิดอื่นขึ้นเติบโตได้ คนหรือสัตว์ลงไปเดินได้ และยังทนต่อความแห้งแล้ง สามารถดำรงชีวิตไม่เติบโตแพร่พันธุ์ แต่เมื่อมีน้ำกลับมาอุดมสมบูรณ์ ก็จะกลับมาเติบโตแพร่พันธุ์ต่อ ยังไม่มีการกำจัด หรือควบคุมด้วยวิธีธรรมชาติ ขณะนี้ใช้วิธีนำขึ้นจากแหล่งน้ำ เฝ้าระวังกำจัดออก 3 เดือนแรกทุก 2 สัปดาห์ และ 6 เดือนต่อมาทุกเดือน โดยนำซากมาใช้เป็นปุ๋ย ไม่สามารถให้สัตว์เลี้ยงกินได้