กรมการปกครองบุกไล่จับเครือข่ายปลัดเอี่ยวยปลอมใบซื้อปืนไปขายกว่า 400 รายการ พบของกลางปืน-พยานเพียบ ชี้คนเดียวกับคดีสวมชื่อต่างด้าวเวียงแหง
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ,นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง , นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ,นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง, ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ สั่งการให้ นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง ด้วยการเปิดปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยนำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าตรวจค้นจับกุมขบวนการค้าอาวุธข้ามชาติในพื้นที่ จ.เชียงราย
หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบความผิดปกติของระบบอาวุธปืนในพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย ว่ามีผู้ที่มีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) แต่กลับไม่ได้นำมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) เป็นจำนวนมากในห้วงระหว่างปี พ.ศ. 2565 – 2566 ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ที่สงสัยและทำให้น่าเชื่อได้ว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงานเพื่อใช้ในการซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ ทางอธิบดีกรมการปกครองและนายอำเภอเชียงของจึงได้สืบสวนหาข้อเท็จจริง

กระทั่งได้เปิดปฏิบัติการ “ขจัดเหลือบราชสีห์” โดยนำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองพร้อมหมายค้นเข้าตรวจค้น 2 สถานที่ และหมายจับบุคคลจำนวน 5 ราย จากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เข้าปฏิบัติการในพื้นที่ อ.เชียงขจอง โดยผู้ที่ถูกออกหมายจับรายสำคัญมีจำนวน 2 ราย คือ นายอภิสิทธิ์ อายุ 42 ปี ปลัด อ.เวียงแหง ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ อ.เชียงของ ปัจจุบันถูกสั่งให้ออกจากราชการจากกรณีสวมตัวชาวต่างด้าวที่ อ.เวียงแหง แต่ไม่พบตัวจึงอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวคาดว่าจะพบตัวในเร็วๆ นี้ และนายณัฏฐวุฒน์ อาสารักษาดินแดน (อส.) อ.เชียงของ ที่ทำหน้าที่รวบรวมรายชื่อและเอกสารต่างๆ ของคนขอใบอนญาตแบบ ป.3 ซึ่งเคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของนายอภิสิทธิ์ โดยถูกจับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.เชียงของ

เจ้าหน้าที่จึงได้พบของกลางที่นำมาตรวจสอบเป็นอาวุธปืนยาวจํานวน 3 กระบอก เครื่องกระสุนขนาดต่างๆ กว่า 200 นัด แยกเป็น ขนาด .22 จำนวน 107 นัด กระสุนปืนลูกซอง จำนวน 89 นัด เอกสารขอใบแบบ ป.3 มากกว่า 467 ใบ ประกอบไปด้วย อาวุธปืนลูกซอง อาวุธปืนยาวขนาด .22 และ อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และ .38 .380 ซึ่งถือว่าเป็นขบวนการค้าอาวุธปืนข้ามชาติขนาดใหญ่
นอกจากนี้ยังพบพยานว่าขบวนการนี้มีแผนประทุษกรรมเอาชื่อบุคคลอื่น หรือเอาชื่อและเอกสารของข้าราชการฝ่ายปกครอง เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. ฯลฯ มาออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนโดยทำเป็นเอกสารปลอมทั้งหมดขณะที่บุคคลต่างๆ ดังกล่าวไม่ได้ทราบเรื่องการขออนุญาตดังกล่าวแต่อย่างใด
รวมทั้งตรวจพบว่ามีการกระทำเป็นเครือข่ายวางแผนการทำงานในลักษณะกลุ่มอาชญากร แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจนประกอบด้วยกลุ่มนายทุน กลุ่มนายหน้ารับซื้ออาวุธปืน เพื่อส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปลอมใบแบบ ป.3 และกลุ่มร้านปืน ทำให้สามารถจัดหาอาวุธปืนหรืออาวุธสงครามมาได้ง่าย และร่วมกันกระทำการทุจริตผิดกฎหมายดังกล่าวในที่สุด

นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่าก่อนหน้าที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการปลอมแปลงเอกสารจัดซื้ออาวุธไปขายจึงเกาะรอยตรวจสอบจนพบว่าเครือข่ายมีทั้งข้าราชการ ร้านค้าอาวุธปืนและนายหน้าขายปืนทั้งในและต่างประเทศ จึงขออนุมัติหมายจับและหมายจากศาลอาญาการทุจริตประพฤติมิชอบภาค5 จำนวน5 หมายจับและค้น2จุด โดยเป็นอดีตปลัดอำเภอเชียงของแต่ถูกย้ายไปเป็นปลัดอำเภอเวียงแหง จ.เชียงใหม่ ก็ไปทุจริตจนถูกจับกุมละไล่ออกราชการไปแล้ว ซึ่งจะมีหมายจับนี้ไปอีกหมายจับหนึ่ง หลังจากนี้จะขยายไปยังเครือข่ายทั้งร้านปืนแบะนายหน้าที่ทำาการค้าขาย โดยตรวจพบความผิดปกติถึงก็ว่า400 ใบ ซึ่งแสดงว่ามีปืนกว่า400กระบอกออกไปสู้ตลาด โดยมีพฤติการณ์ทำคือปลอมแปลงเอกสารและลายเซ็นเพื่อซื้ออาวุธปืนแล้วนำไปขายต่ออีกทีหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ยังแจ้งอีกว่าหากประชาชนมีข้อร้องเรียนสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือร้องเรียนผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


