หน้าแรก ภูมิภาค ตร.ตั้งข้อหาห...

ตร.ตั้งข้อหาหนัก พ.อ.อ.ขับกระบะขนอาวุธ-ตม.กัมพูชาขับแลนด์โรเวอร์โดนด้วย

4.06.17 | 15:55 น.

รอง ผบช.ภาค 2 บอก ผบช.ภาค 2 มอบให้มาสอบสวนแนวทางการสืบสวนยังไม่เชื่อมโยงการเมืองหรือค้าอาวุธสงคราม 2 ปีที่ผ่านมา ด้านการสอบสวนเรียง วิเสิด ยังไม่ยอมรับว่าขนอาวุธ


เวลา 14.20 น.วันที่ 4 มิถุนายน 2560 ที่ สภ.เมืองตราด พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร จ.ตราด (รอง ผบช.ตร.ภาค 2) เดินทางมาที่ สภ.เมืองตราด เพื่อทำการสอบสวนปากคำ พ.อ.อ.ภคิน เดชพงษ์ และนายเรียง วิเสิด ผู้ขับรถยนต์แลนด์โรเวอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 2AD-5629 พนมเปญ ประเทศกัมพูชา มี พ.ต.อ.บุญส่ง ปีกขุนทด ผกก.สภ.เมืองตราด, พ.ต.อ.เสรี ศิริสวัสดิ์ ผกก.บ้านท่าเลื่อน และ พ.ต.อ.บำรุง ผลพูล ผกก.สอบสวน ตำรวจภูธร จ.ตราด ร่วม

รอง ผบช.ตร.ภาค 2 บอกว่า การเดินทางมาครั้งนี้ได้รับคำสั่งจาก ผบช.ตร.ภาค 2 ให้มาดำเนินการวางแนวทางในการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคน ซึ่งในรายละเอียดของคดียังบอกอะไรกับสื่อมวลชนไม่ได้ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติบอกให้สัมภาษณ์ท่านรองผบ.ตร. พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ตนเองบอกในรายละเอียดไม่ได้ ส่วนเรื่องการเชื่อมโยงการเมืองก็ยังไม่ได้สอบผู้ต้องหาเลย จึงยังบอกสื่อมวลชนไม่ได้ และเรื่องที่จะเชื่อมโยงการค้าอาวุธในช่วง 2-3 ปีที่แล้วนั้นเป็นคนละเรื่องกัน จะนำมาเชื่อมโยงกันไม่ได้ แต่สิ่งที่จะทำได้ก็คือการวางแนวทางการสอบสวนและสอบสวนที่อาจจะมีการเชื่อมโยงกันเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดต้องให้รอให้ ผบ.ตร.แถลงเอง

ทางด้าน พ.ต.อ.บำรุงกล่าวว่า หลังจากการสอบสวนนายเรียง วิเสิด ในเบี้ยงต้นยังไม่ยอมรับสารภาพ และเรียกร้องขอทนายความมาร่วมทำการสอบสวน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาสามารถจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่ทางตำรวจก็ต้องหาหลักการมาเชื่อมโยงทั้งเรื่องพฤติกรรมและหลักฐานกล้องวงจรปิดที่ปรากฏในหลายพื้นที่มาใช้เป็นหลักฐานได้ อย่างไรก็ตาม จากการที่ผู้ต้องหาเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจำกรุงพนมเปญระดับ ร.ต.ท.จึงต้องมีการตรวจสอบกับทางราชการกัมพูชาซึ่งยังไม่ได้มีการตรวจสอบถึงระดับนั้น และยังต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ทั้งนี้ หากไม่สามารถ ดำเนินการได้ใน 3 วัน จะต้องขอให้ศาล จ.ตราด ฝากขังและห้ามออกนอกประเทศ

Advertisement

ต่อมาเวลา 15.15 น.วันเดียวกัน พลตำรวจตรีสุรพลได้ออกมาจากห้องสอบสวนและได้แจ้งให้สื่อมวลชนทราบถึงการสอบปากคำในเบี้ยงต้นว่า ได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสามคนแล้วในข้อหาร่วมกันมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะมีหลักฐานชัดเจน ส่วนตำรวจ ตม.พนมเปญที่ไม่ยอมรับสารภาพก็ไม่เป็นไรทางตำรวจมีหลักฐานยืนยันในพฤติกรรมได้ ทั้งนี้ คดีนี้เป็นคดีใหญ่และมีความสำคัญในเรื่องความมั่นคงและเป็นที่สนใจของสื่อมวลชน จึงได้มีการตั้งคณะกรรมสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด จะมี พ.ต.อ.ดเรศ กัลยา เป็นหัวหน้าสอบสวนและนำพนักงานสอบสวนฝีมือดีเข้ามาร่วมคลี่คลายคดี และจะนำความคืบหน้ามารายงานให้สื่อมวลชนทราบ

รอง ผบช.ภาค 2 กล่าวว่า สำหรับมูลค่าอาวุธสงครามยังไม่ทราบ ส่วนเกี่ยวข้องทางการนำส่งอาวุธนั้นยังไม่ทราบ