หน้าแรก ภูมิภาค พ่อสามเณรปลื้...

พ่อสามเณรปลื้มเปิดใจ ตั้งชื่อลูกตามอดีตนายกฯชวน หวังให้เก่ง ไม่คาดคิดลูกจบชีวิตแบบนี้

4.06.17 | 16:18 น.

วันที่ 4 มิถุนายน 2560 กรณีเหตุฆาตกรรมสามเณรปลื้ม หรือนายศุภโชค เอกเกียรติกุล แล้วฝังไว้ภายในวัดวังตะวันตก จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้ลงมือได้ 3 คน คือ นายเด่นชัย หรือ อดีตพระเด่น ภูมินิยม อายุ 36 ปี, น.ส.ปิยฉัตร หรือบิว อรุณสกุล อายุ 40 ปี ภรรยานายเด่นชัย, นายสุริยา กุศลสุข อายุ 18 ปี ซึ่งขณะนี้ฝากขังต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน โดยความคืบหน้าล่าสุดทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครศรีธรรมราชและคณะสงฆ์ปกครองในระดับอำเภอได้หารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางในการเข้าไปบริหารจัดการวัดอีกครั้ง โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสะสางปัญหาที่อยู่ภายในวัดทั้งหมด ซึ่งจะประกอบด้วยพระสงฆ์และฆราวาส ซึ่งจะต้องทำให้โปร่งใสมากที่สุด จากนั้นเรื่องภายในวัดคงต้องให้เป็นหน้าที่ของพระครูพรหมเขตคณารักษ์ (ชัยสิทธิ์) เจ้าคณะอำเภอพระพรหม และเจ้าอาวาสวัดสระเรียง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก เป็นผู้จัดการเรื่องภายในทั้งหมด ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ทุกอย่างจะลงตัวมากขึ้น


ทางด้านนายชวน เอกเกียรติกุล บิดาสามเณรปลื้มกล่าวว่า จับตัวคนร้ายมาได้แล้ว 3 คน ที่เหลือก็ต้องจับใหม่หมด เณรปลื้มเป็นเด็กน่ารัก พอลูกเกิดก็ตั้งชื่อ ปลื้ม ตามชื่อลูกนายกฯชวน หลีกภัย เพราะลูกจะได้เป็นเด็กเก่งและมีชื่อเสียง พอลูกโตขึ้นก็บวชเรียนที่วัดปากเหมือง ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร ลูกใฝ่ฝันอยากเรียนรู้โนรา และเป็นร่างทรงด้วย ไม่นึกว่าลูกจะจบชีวิตลงแบบนี้ คิดว่าลูกต้องรู้เรื่องราวอะไรสักอย่างที่ใหญ่โต จึงต้องมีการซ้อมและกักขังเป็นเวลานาน 5 วัน อยากร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเอาคนผิดมาลงโทษให้หมด อย่างน้อยการเสียชีวิตของเณรปลื้มจะทำให้วัด 1 วัด ขาวใสสะอาด พระพุทธศาสนาจะกลับมาอีกครั้ง คาดว่าจะทำการฌาปนกิจศพวันอังคารที่จะถึงนี้

พ.ต.ท.วินัย คงประพันธ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางตำรวจชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานไว้กว่า 70% เตรียมออกหมายจับ เหลืออีกไม่มากแล้ว สำหรับกลุ่มเป้าหมายในขณะนี้ กำลัง จนท.ตามประกบ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะเรียบร้อย ส่วนชุดที่จะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งของ น.ส.ปิยฉัตร และนายเด่นชัยนั้น จะต้องหาแหล่งที่มาให้ชัดเจน หากพบว่าได้มาจากการทำธุรกิจจากวัด ก็จะต้องอายัดไว้ก่อน ส่วนจะคืนวัดหรือจะทำอย่างไรต้องว่ากันไปตามกระบวนของกฎหมายต่อไป