เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำกัด หมู่ 12 ต.ค้อเหนือ อ.เมือง จ.ยโสธร เมื่อไปถึงมีสมาชิกสหกรณ์กำลังเร่งผลิตเห็ดโคนและไข่มดแดงด้วยวธีแช่น้ำเกลือ โดยมีทั้งแบบบรรจุขวดแก้วกับแบบบรรจุกระป๋อง ส่งขายตั้งแต่ราคา 160-350 บาท สามารถสร้างรายได้ให้สมาชิกกลุ่มรายละ 300-400 บาทต่อวัน
นางโสม สายโรจน์ อายุ 67 ปี สมาชิกสหกรณ์การเกษตรในโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่ง กล่าวว่ากลุ่มสหกรณ์ฯจะรับซื้อเห็ดโคนและไข่มดแดง กับชาวบ้านในพื้นที่ป่าดงมันในกิโลกรัมละ 350 บาท โดยวันหนึ่งจะมีคนนำมาขายให้ประมาณ 30-40 กิโลกรัม จากนั้นจะนำเห็ดมาล้างทำความสะอาด ก่อนนำไปลวกในน้ำเดือนประมาณ 5 นาที นำขึ้นไปแช่ในน้ำเย็นจัด และพักเห็ดไว้แล้วนำมาบรรจุใส่ขวดแก้วและกระป๋องตามปริมาณ จากนั้นเติมน้ำเกลือเพื่อให้เห็ดเก็บไว้ได้นาน ก่อนจะนำเข้าในหม้อนึ่งเพื่อไล่อากาศ ต่อมานำกระป๋องและขวดแก้วเข้าเครื่องนึ่งความดันเพื่อไล่อากาศและฆ่าเชื้อ ทำให้สามารถเก็บไว้นานถึงหนึ่งปีครึ่ง นำออกจำหน่ายในกระป๋องละ 180 บาท ส่วนราคาขวดแก้วอยู่ที่ขวดละ 350 บาท และในหนึ่งปีสหกรณ์ฯจะสามารถจำหน่ายสินค้าแปรรูปต่างๆได้ประมาณ 7 แสน-1ล้านบาท
นางโสม กล่าวต่อว่าเห็ดโคนและไข่มดแดงในน้ำเกลือจะสามารถผลิตได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ซึ่งสมาชิกที่ไปแปรรูปเห็ดจะมีรายได้เสริมประมาณ 300 -400 บาทต่อวัน พอถึงสิ้นปีทางสหกรณ์ฯจะมีการนำเงินปันผลมาแบ่งให้สมาชิกในกลุ่มทุกราย
นายสมศักดิ์ ทวินันท์ นักวิชาป่าไม้ชำนาญการและหัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ยโสธร กล่าวว่าเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10โดยพระองค์ท่านได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2543 โดยพระองค์ท่านมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาปรับปรุงดังนี้ เรื่องขุดลอกหนองอึ่ง ปลูกต้นไม้รอบหนองอึ่ง การฟื้นฟูสภาพป่ารอบหนองอึ่ง และส่วนที่เป็นพระราชเสาวนีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในราชกาลที่ 9 ที่ให้ดูแลเรื่องปากท้องของประชาชนให้อยู่ดีกินดี โดยพื้นที่ตั้งโครงการตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร มีพื้นที่ของป่าดงมัน ทั้งหมด 3,006 ไร่ ที่อยู่บนสันดอนทรายขนาดใหญ่ น้ำท่วมไม่ถึง เป็นป่าดิบแล้งผสมเต็งรังมีพรรณไม้ประกอบด้วย ไม้ยางนา ไม้พะยอมและไม้แดง เป็นแหล่งเก็บของป่าในแต่ละปีมีประชาชน 15 หมู่บ้านรอบพื้นป่าจะมีรายได้จากการเก็บของป่าอาทิเห็ดโคน เห็ดเผาะ เห็ดระโงก เห็ดตะไค เห็ดก่อ จินูน และไข่มดแดง ประมาณ 3 ล้านบาทต่อปีและปัจจุบันเห็ดโคนและไข่มดแดงมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จึงมีการตั้งโรงงานแปรรูปเห็ดต่างๆและไข่มดแดงให้เก็บไว้กินได้เป็นเวลานาน
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่าการแปรรูปผลิผลจากเห็ดโคนและไข่มดแดง จากป่าดงมันรอบหมู่บ้านนั้นซึ่งปีหนึ่งชาวบ้านจะสามารถหาเห็ดมาจำหน่ายได้ 5-6 ตัน โดยขณะนี้เห็ดโคนและไข่มดแดงในน้ำเกลือสามารถสร้างรายได้ประมาณปีละ 1ล้านบาท ซึ่งมีบริษัทสยามแม็คโคร ได้ให้ความร่วมมือกระจายสินค้าในพื้นที่ภาคอีสาน โดยจากการประเมินความต้องการของตลาดเกี่ยวกับเห็ดโคนและไข่มดแดงอัดกระป๋อง ถือว่าประชาชนมีความต้องการสูงในตลาด ส่วนการจัดจำหน่ายเห็ดโคนในน้ำเกลือขวดแก้ว ราคา 350 บาท เห็ดโคนในน้ำเกลือบรรจุกระป๋อง ราคา 180 บาท ส่วนไข่มดแดงในน้ำเกลือบรรจุกระป๋อง ราคา 160 บาท




