โรงแรมสงขลาบ่นอุบพิธีการตม.-ศุลกากรอืด ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียตกค้างช่วงเทศกาลฮารีรายอ แนะรัฐบาลดูแลให้ดีกว่านี้ ชี้บรรยากาศคึกคักมากกว่าช่วงสงกรานต์ ส่วนปลายมิ.ย.ยังต้องลุ้น
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยว่า ภาพรวมท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา การท่องเที่ยวหาดใหญ่คึกคักในช่วงต้นเดือนซึ่งตรงกับวันแรงงาน ส่วนกลางเดือนการท่องเที่ยวเบาลงและมาคึกคักอีกครั้งในช่วงปลายเดือน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดยาวเทศกาลฮารีรายอของชาวมาเลเซียซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียจำนวนมากเดินทางเข้ามาเที่ยวจ.สงขลา
นายสิทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการสำรวจการเข้าพักโรงแรม ผู้ประกอบการพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การท่องเที่ยวดีกว่าอัตราการเข้าพักดีกว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนช่วงเดือนมิถุนายน สัปดาห์แรกยังอยู่ในช่วงหยุดยาวต่อเนื่องจากเทศกาลฮารีรายอ อีกส่วนก็ยังเป็นช่วงปิดภาคเรียนของมาเลเซีย จะมีเชื้อไฟของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวสงขลามากขึ้น แต่หลังจากนั้น 3 สัปดาห์ที่เหลือคงต้องใช้คำว่าต้องดูแลและประคองธุรกิจของตัวเอง น่าจะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวทยอยเดินทางกลับ ส่วนการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวคิดว่าน้อยอยู่อัตราการเข้าพักไม่น่าจะเกินร้อยละ 50 อาจปรับเพิ่มขึ้นบ้างในช่วงสุดสัปดาห์เท่านั้น เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมประเมินว่าการท่องเที่ยวน่าจะปรับลดลง

“สัปดาห์ปลายเดือนพฤษภาคมมีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ทะลักด่านพรมแดนสะเดามากจริงๆ เห็นใจเจ้าหน้าที่หน้าด่านทุกนาย ยิ่งตอนปิดด่าน และไม่สามารถให้บริการได้ครบทุกคน ทำให้นักท่องเที่ยวตกค้างหน้าด่านต้องจอดรถพักค้างคืนหาที่พักโรงแรมเพื่อรอเปิดด่าน 05.00 น. ในวันรุ่งขึ้นอีกครั้ง สภาพเจ้าหน้าแต่ละคนล้าหมดเลย ตอนนี้เทศกาล เราก็แก้ปัญหาโดยการเปิดช่องเต็ม แต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวขับรถยนต์มารวมตัวกันเยอะในเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดเป็นปัญหาคอขวด
วิธีการที่จะแก้ได้และประเทศไทยยังไม่เคยลอง คือ 1.ยกเลิกการจัดเก็บค่าธรรมล่วงเวลาของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2.นำแบบ ตม.2 ,ตม.3 จากยื่นด้วยเอกสาร ไปปรับใช้รูปแบบออนไลน์ร่วมกับฟอร์ม TDAC(นทท.ต่างชาติ ใช้กรอกฟอร์มออนไลน์ เข้าประเทศ) ที่มีใช้อยู่แล้วในปัจจุบัน 3.ปรับรูปแบบการยื่นเอกสารนำรถยนต์ เข้ามาชั่วคราวในไทย จากเอกสาร เป็นออนไลน์ ของกรมศุลกากร นี่คือสิ่งแรกที่ควรดำเนินการถ้าจะปลุกการท่องเที่ยวไทย”นายสิทธิพงษ์กล่าวและว่า
ล่าสุด คืนวันที่ 1 มิถุนายน เกิดเหตุนักท่องเที่ยวข้ามด่านพรมแดนไม่ทันเวลาซ้ำๆหลายวันต่อเนื่อง นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียตกค้างหน้าด่านสะเดาจำนวนมาก วันนี้รถยนต์นักท่องเที่ยวรอคิวติดหน้าด่านสะเดาเต็ม 3 ช่องการจราจร ยาวกว่า 700 เมตร ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ทันเวลาหลังจากมาเที่ยวใช้จ่ายในสงขลา นักท่องเที่ยวต้องนอนบนรถ บางคนปูผ้านั่งริมถนน ต้องรอด่านเปิด 05:00น. มาผจญกับรถติดที่ด่านต่อ เหตุการณ์นี้ที่เกิดซ้ำๆ สะท้อนอะไรหรือไม่ ประเทศไทยจะดูแลนักท่องเที่ยวได้ดีกว่านี้หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า ปัญหานักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียตกค้างบริเวณด่านพรมแดนทั้งขาเข้าและขาออก เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลฮารีรายอทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ต้องมีการเข้าคิวรอเพื่อดำเนินพิธีการในเรื่องของการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร แต่จำนวนนักท่องเที่ยวมีมาก การทำงานเอกสารที่มีแบบฟอร์มต่างๆทำให้เมื่อถึงเวลาปิดการพรมแดน 23.00น.นักท่องเที่ยวขาเข้าไม่สามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวอย่างที่ต้องการได้
นักท่องเที่ยวบางส่วนเข้าคิวเพื่อรอเวลาเปิดด่านใน 05.00น.ของวันใหม่ แต่มีบางส่วนหันหลังกลับไม่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตามที่ตั้งใจ ทำให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเสียโอกาส ขณะที่เจ้าหน้าที่หน้าด่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ภาคเอกชนจึงเห็นว่าควรปรับรูปแบบการเดินทางขาเข้า-ขาออก ด้วยการยื่นเอกสารนำรถยนต์ชั่วคราวเข้ามาในประเทศจากการใช้เอกสารเป็นการยื่นออนไลน์ จะทำให้มีความสะดวกมากขึ้น แม้ภาคเอกชนเสนอไปหลายครั้งนานนับปี แต่ปัญหาไม่เคยได้รับการแก้ไข

