รวบอดีตลูกเรือตังเก ลอบวางข่ายดักปลาช่วงฤดูน้ำแดง กลางแม่น้ำลพบุรี หน้า ศปป.ประมงน้ำจืดอยุธยา
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ควบคุมตัวชายอายุ 57 ปี อดีตลูกเรือตังเก พร้อมของกลางเรือและอุปกรณ์ทำประมงผิดกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา หลังตรวจพบลักลอบวางข่ายดักปลาในช่วงฤดูน้ำแดง หรือช่วงฤดูวางไข่ของปลา บริเวณแม่น้ำลพบุรี หน้าศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หมู่ 2 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา
ผู้ต้องหา คือ นายสายยนต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ถูกจับกุมขณะใช้เรือที่ต่อขึ้นเองจากไม้และโฟม ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 6 แรงม้า ลอยลำอยู่กลางแม่น้ำลพบุรี และกำลังเก็บข่ายดักปลาขนาดตาห่าง 10 เซนติเมตร โดยมีปลาติดอยู่ภายในข่ายจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ ก่อนสั่งปล่อยปลาคืนสู่ธรรมชาติ และยึดของกลางทั้งหมดไว้ดำเนินคดี
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทราบดีว่าอยู่ในช่วงฤดูน้ำแดง ซึ่งเป็นช่วงห้ามทำการประมงบางประเภท แต่มีความจำเป็นต้องจับปลาเพื่อยังชีพ โดยนำปลาไปจำหน่ายเป็นรายได้และเก็บไว้บริโภค
นายสายยนต์ เปิดเผยว่า เดิมทำงานเป็นลูกเรือตังเกบริเวณเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี แต่เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน นายจ้างประสบปัญหาขาดทุนจนเลิกกิจการ ทำให้ตกงาน ประกอบกับอายุมากขึ้น จึงหางานใหม่ได้ยาก จึงอาศัยประสบการณ์ด้านการประมงออกหาปลาตามแหล่งน้ำต่างๆ ทั้งทะเล แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรี โดยใช้ชีวิตพักอาศัยอยู่บนเรือมาโดยตลอด
กระทั่งช่วงเดือนเมษายน 2569 ได้เข้ามาหาปลาในแม่น้ำลพบุรี หวังเก็บเงินจากการขายปลาไว้เป็นค่าเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดขอนแก่น แต่ยังไม่สามารถเก็บเงินได้ตามเป้าหมาย จึงตัดสินใจวางข่ายจับปลา แม้จะทราบว่าเป็นช่วงฤดูวางไข่ของปลา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด
ด้านนายสหทัช ถาวรนาน เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงน้ำจืด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเรือต้องสงสัยลอยลำอยู่ในแม่น้ำลพบุรีบริเวณหน้าสำนักงาน และมีพฤติกรรมวางข่ายดักปลา จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบชายคนดังกล่าวกำลังเก็บข่ายที่มีปลาติดอยู่ภายใน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขอประชาสัมพันธ์ไปยังชาวประมงและผู้ประกอบอาชีพหาปลา ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และงดการวางข่ายหรือทำการประมงต้องห้ามในช่วงฤดูน้ำแดง ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม ของทุกปี เพื่อเปิดโอกาสให้สัตว์น้ำได้วางไข่และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ
สำหรับผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายประมง ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 บาท โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับชาวประมงในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

