หน้าแรก ภูมิภาค ‘ภูเก็ต...

‘ภูเก็ต’ถกข้อร้องเรียนชาวไทยใหม่ สอบโรงแรมขุดทรายชายหาดราไวย์ นัดรังวัดเขตที่ดิน 18 มิ.ย.

2.06.26 | 15:44 น.

รองผู้ว่าฯภูเก็ต’ประชุมพิจารณาข้อร้องเรียนของชาวไทยใหม่ราไวย์ ตรวจสอบกรณีโครงการอสังหาริมทรัพย์ใช้รถแบคโฮขุดขายหาด สร้างแนวกันคลื่น เทศบาลสั่งระงับ นัดรังวัดเขตที่ดิน 18 มิ.ย.


เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมมุกอันดา ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมพิจารณาข้อร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต โดยมี นายมนชัย แซ่เล่า ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต 2 นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรฉลอง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต และ กลุ่มชาวไทยใหม่ราไวย์ เข้าร่วมประชุมฯ


นายกองเอก อดุลย์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหา หลังได้รับการร้องเรียนการดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ตำบลราไวย์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำและพื้นที่สาธารณะทางน้ำ เบื้องต้น มีการหารือกับผู้ประกอบการแล้ว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และมีคำสั่งระงับการก่อสร้างไว้แล้ว โดยอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการของโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่

” ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการรังวัดสอบเขตที่ดินให้มีความชัดเจน เพื่อยืนยันแนวเขตตามกฎหมายอย่างถูกต้อง พร้อมมอบหมายให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต (ทสจ.ภูเก็ต) ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด รวมทั้งขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการติดตามและดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง
การแก้ปัญหาครั้งนี้ จะยึดหลักข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเป็นสำคัญ โดยรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ หากพบการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การก่อสร้าง หรือด้านสิ่งแวดล้อม จะต้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรมต่อไป” รองผู้ว่าฯ กล่าว

Advertisement

ด้านนายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ กล่าวว่า หลังพบการขุดดินบริเวณพื้นที่ชายหาดและพื้นที่ด้านหน้า เทศบาลตำบลราไวย์ ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรฉลองเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา และวันที่ 25 พฤษภาคม ได้มีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างเป็นการชั่วคราว เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบแนวเขตที่ดินและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แม้ใบอนุญาตจะระบุเป็นการก่อสร้างภายในแนวเขตที่ดิน แต่ลักษณะโครงสร้างที่ปรากฏมีลักษณะคล้ายแนวป้องกันคลื่น จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร้องเรียนจากตัวแทนประชาชนชาวไทยใหม่ เรื่องการก่อสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมขนาดใหญ่ บริเวณพื้นที่ใกล้ชายหาด ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต มีการปิดกั้นพื้นที่ การจัดทำแนวกันเขต ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนด้านวิถีชีวิตอย่างรุนแรง ซึ่งบริเวณดังกล่าวประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน
ทั้งเป็นเส้นทางสัญจรเข้า-ออกพื้นที่ การประกอบอาชีพประมง ตลอดจนเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ดั้งเดิมของชุมชนชาวไทยใหม่ที่สืบทอดกันมา

“ประเด็นที่ขอให้ตรวจสอบดังนี้ ที่ดินและพื้นที่ดังกล่าว ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน โดยไม่ปรากฏว่ามีการปิดกั้นหรือทวงห้ามจากผู้ใดมาก่อนหรือไม่ ,เส้นทางสัญจรหรือถนนดังกล่าวประชาชนใช้ร่วมกันเป็นเวลาหลายสิบปี แม้เคยมีการปิดกั้นเป็นการชั่วคราว ขอให้ตรวจสอบว่า เส้นทางดังกล่าวเข้าลักษณะสาธาธารณสมบัติแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ประการใด

และมีการใช้รถขุดดำเนินการจัดทำแนวกันเขตในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอยู่ใกล้ชายหาดอาจได้รับผลกระทบจากคลื่นและน้ำทะเลโดยตรง จึงขอให้ตรวจสอบว่า แนวกันเขตและสิ่งก่อสร้างเข้าข่ายเป็นเขื่อนป้องกันตลิ่ง สิ่งป้องกันคลื่น หรือโครงสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งขอให้ตรวจสอบโครงการดังกล่าวได้จัดทำ EIA ถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหรือไม่
หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจริง ควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงพิจารณาการรื้อถอนในส่วนที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และการสร้างความสมดุลระหว่างชุมชนกับภาคธุรกิจ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน” นายเฉลิมพงศ์ กล่าว

ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านชุมชนชาวไทยใหม่ที่เข้าร่วมประชุม กล่าวว่า การสร้างการกั้นแนวเขต ลักษณะคล้ายแนวกั้น อาจเข้าข่ายขุดทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทำลายเป็นทางสัญจรและสาธารณะที่ชาวบ้านใช้ร่วมกันมานาน”
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ประเด็นการรุกล้ำและสิทธิในที่ดิน แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องทำการวัดขอบเขตที่ดิน เพื่อตรวจสอบแนวเขตที่แน่ชัด โดยวันที่ 18 มิถุนายน 2569 จะมีการทำรังวัด หลังจากนั้นจะพูดคุยหารือเพื่อหาทางออกร่วมกันอีกครั้ง