หน้าแรก ภูมิภาค รองผบ.ตร. นำท...

รองผบ.ตร. นำทีมแกะรอยสางคดี น้ององุ่น ตั้ง 2 ประเด็นเสียชีวิต เร่งตามล่าหาคนร้าย

2.06.26 | 17:58 น.

รอง ผบ.ตร. นำทีมแกะรอยสางคดี น้ององุ่น ตั้ง 2 ประเด็นเสียชีวิต เร่งตามล่าหาคนร้าย

 

ความคืบหน้ากรณี น้ององุ่น (อายุ 7 ขวบ) ได้หายตัวออกจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในช่วงบ่ายของวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา กระทั่งช่วงสายของวันที่ 1 มิถุนายน คนงานกรีดยางพาราพบร่างน้ององุ่น นอนเสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา เบื้องต้นสภาพศพมีร่องรอยของการถูกทำร้ายหลายจุด และพบว่าอวัยวะเพศมีร่องรอยถูกล่วงละเมิดนั้น

อ่านข่าวพบแล้ว น้ององุ่น วัย 7 ขวบ เสียชีวิตในสวนยางพารา หลังหายตัวไป 30 พ.ค.

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดพบศพน้ององุ่น และพื้นที่โดยรอบ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ขณะที่ชายต้องสงสัยซึ่งถูกควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.สังขละบุรี ยังคงให้การปฏิเสธ

Advertisement

ต่อมาเวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เดินทางมาถึง สภ.สังขละบุรี โดยมี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ธวัลธรณ์ พุธิธนพิศุทธิ์ ผกก.ตชด.13 พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พร้อมพนักงานสอบสวน ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดกาญจนบุรี ให้การต้อนรับ และได้ร่วมประชุมบริเวณชั้น 3 ของ สภ.สังขละบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดี

ส่วนความคืบหน้าด้านสอบสวนทาง ตร.สืบสวน สภ.สังขละบุรี และสืบสวนจังหวัดกาญจนบุรี ได้เชิญตัวชายต้องสงสัยจากหมู่บ้านทิโคร่ง อีก 4-5 คน มาทำการสอบปากคำและให้ทางพิสูจน์หลักฐานกาญจนบุรี ทำการเก็บหลักฐานดีเอ็นเอ เพื่อนำมาประกอบการสืบสวนสอบสวนในคดี เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรมโหดรายนี้ต่อไป

ต่อมาในเวลา 12.30 น. รอง ผบ.ตร.พร้อมคณะ ได้เดินทางดูพื้นที่จุดที่พบศพน้ององุ่นในป่าสวนยาง การนี้ได้กำชับให้พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุให้ได้ละเอียดมากที่สุด พร้อมให้ จนท.ตชด.134 สังขละบุรี จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาบริเวณดังกล่าว จนกว่าจะมีคำสั่ง

ก่อนจะเดินทางผ่านสวนยางระยะทางกว่า 700 เมตร ไปยังสำนักสงฆ์บ้านทิโคร่ง ร้านค้าที่น้ององุ่นชอบมาซื้อขนม เนื่องจากร้านค้าแห่งนี้อยู่ติดกับบ้านของน้ององุ่น

โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ได้สอบถามเจ้าของร้านค้าถึงขนมและเครื่องดื่มที่น้ององุ่นชอบมาซื้อก่อนจะเดินทางต่อไปยังบ้านน้ององุ่นซึ่งอยู่ด้านหลังร้านค้าดังกล่าว โดยมีรั้วติดกันและน้ององุ่นมักชอบใช้เป็นเส้นทางในการเดินทางมาซื้อของและมาเดินเล่นกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน เพื่อพูดคุยกับยาย น้าสาว และญาติของน้ององุ่น ก่อนเดินทางกลับมายังสนาม ฮ.กองร้อย ตชด.134 สังขละบุรี โดยไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชน แต่ได้มอบหมาย พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เป็นผู้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว

ด้าน พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ก็ได้ให้ความสำคัญ จึงมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับพนักงานสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อเก็บหลักฐานพร้อมทั้งให้คำแนะนำทุกประเด็น พร้อมกันนี้ก็ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุได้ให้คำแนะนำกับนักวิทยาศาสตร์ในการเก็บพยานหลักฐานทั้งหมด ที่อาจจะสามารถนำมาพิสูจน์ถึงสาเหตุการตายของน้ององุ่นว่าเกิดจากอะไร

โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการตายผิดธรรมชาติ ซึ่งศพได้ส่งไปตรวจที่สถาบันนิติเวช อยู่ระหว่างการผ่าพิสูจน์ ซึ่งหากได้ผลชัดเจนอย่างไรก็จะชี้แจงให้ทางสื่อมวลชนทราบต่อไป

สำหรับสภาพศพ พบว่าขึ้นอืดและเสียสภาพไปแล้ว ทางแพทย์ที่ทำการผ่าชันสูตรก็คงต้องเก็บและนำไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยังไม่ได้ฟันธงถึงสาเหตุการตาย

ส่วนกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ ทางพนักงานสืบสวนก็พยายามรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พร้อมเชิญตัวมาซักถามให้ปากคำ อาจจะมีการเก็บหลักฐานต่างๆ เพื่อมาเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุอีกที ดังนั้นขอให้ทางพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน ได้ร่วมกันทำงานอีกสักระยะ

คดีนี้เป็นคดีที่สำคัญตนและ ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้สั่งให้ชุดสืบสวนของตำรวจภูธรภาค7 ร่วมกับทางสืบสวนจังหวัด และสืบสวน สภ.สังขละบุรี ช่วยกันคลี่คลายคดี โดยแบ่งหน้าที่กันทำงาน ก็จะพยายามทำให้เกิดความชัดเจนและกระจ่างให้มากที่สุดว่า ใครเป็นผู้ทำให้เสียชีวิตหรือไม่อย่างไร

ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่กำลังเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อหาความเชื่อมโยงกับหลักฐานที่มีอยู่ เพราะเราจะต้องพิสูจน์ด้วยทางนิติวิทยาศาสตร์

ส่วนประเด็นของการเสียชีวิต เราตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ 1.น้องอาจจะเดินมาเองและบังเอิญเจอสัตว์ร้าย หรือ 2.อาจจะเป็นเรื่องของคนที่พามาและมาก่อเหตุ ซึ่งเรายังไม่ได้ตัดประเด็นใดออกเลย เนื่องจากข้อมูลต่างๆ ค่อนข้างจะจำกัดในเรื่องของกล้องวงจรปิดและโทรศัพท์ แต่ว่าทางฝ่ายสืบสวนเรากำลังลงพื้นที่ปูพรมกันอยู่

ด้าน แม่น้ององุ่น (น้ำฝน) อายุ 36 ปี อยู่ในอาการเครียดหนัก เพราะหวั่นวิตกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุกับลูกของตนเองอย่างโหดเหี้ยมรายนี้มาลงโทษได้ ซึ่งที่ผ่านมาในหมู่บ้านไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้มาก่อน

ขณะที่ชาวบ้านในหมู่บ้านที่ช่วยกันออกตามหาน้ององุ่น เผยว่า หลังทราบว่าน้ององุ่นหายตัวไป ก็ช่วยออกตามหาตามสถานที่ต่างๆ ในหมู่บ้านที่น้องเคยไป แต่ก็ไม่พบ จากนั้นทราบว่าน้องเดินไปซื้อขนม โดยเดินไปทางบ่อน้ำ จึงคิดว่าน้องอาจจะพลัดตกน้ำ ต่อมาพลบค่ำชาวบ้านที่ได้ทราบข่าวก็ช่วยกันระดมออกตามหาอีกทางหนึ่งด้วย ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้ส่งทีมมาดำน้ำค้นหา แต่ก็ไร้วี่แวว จึงยุติการค้นหาในเวลา 03.00 น. จากนั้นเช้าวันรุ่งขึ้นและตลอดทั้งวันก็ช่วยกันปูพรมค้นหาอีกครั้ง ก็ยังคงไร้วี่แวว จนกระทั่ง 23.00 น. ก็ได้ยุติการค้นหา กระทั่งคนงานกรีดยางพารามาพบเป็นศพดังกล่าว ซึ่งจุดที่พบศพน้ององุ่น ตนแค่เดินผ่าน เพราะไม่คิดว่าน้องจะเดินไปตรงจุดดังกล่าว

ส่วนคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ ตนสงสัยเพียงคนเดียวคือ ชายต้องสงสัยคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวมาสอบปากคำ เนื่องจากชายต้องสงสัยหายไปพร้อมกับน้ององุ่น และกลับมาตอน 06.00 น.ของวันรุ่งขึ้น และก็มาทำทีมาช่วยค้นหาน้ององุ่น และหายตัวไปช่วงเที่ยง และกลับมาช่วยค้นหาอีกครั้งในเวลา 17.00 น. จากนั้นก็เดินหายไปอีกในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. และมาเจออีกทีตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในหมู่บ้าน ก็รู้สึกหวาดกลัว เพราะตนมีลูกสาวอายุ 13 ปี จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายให้ได้ไวๆ