บุกจับหลวงพ่อวัย 62 คากุฏิ พี้กัญชา เสพยาบ้า อ้างรักษาไมเกรน-ขยันทำงานวัด จับสึกทันที
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภย่อยโนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี สืบทราบว่า พระพนมชัย อายุ 62 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่ง ในหมู่ 3 บ้านผ่านศึก 1 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงนำกำลังตำรวจสืบสวนชุด “บงกช” เข้าตรวจค้น พบกำลังกวาดใบไม้อยู่หน้ากุฏิข้างเมรุ หลังวัดด้านทิศตะวันตก จึงแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ปปส. พระพนมชัยตกใจจนเหงื่อไหลท่วมตัว และปวดท้องหนักด้วย ตรวจปัสสาวะพบมีผลเป็นบวก
ตรวจค้นบนกุฏิ พบกัญชาที่หั่นไว้สูบอยู่บนเขียง พร้อมด้วยบ้องกัญชา และกัญชาแห้ง 1 ถุงใหญ่ ตรวจสอบด้านหลังห้องน้ำ พบต้นกัญชา จำนวน 4 ต้น
จากการสอบถามพระพนมชัยให้การว่า เดิมทีเป็นคน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย บวชมาได้ 11 พรรษา ที่ อ.ท่าบ่อ ก่อนมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ได้ 6 พรรษา เนื่องจากรู้จักกับเจ้าอาวาส ติดเสพกัญชามาตั้งแต่ยังหนุ่ม เคยถูกจับดำเนินคดีที่ จ.หนองคาย ต้นกัญชาที่พบปลูกไว้หลังห้องน้ำ เพื่อต้มและเสพรักษาอาการไมเกรน ส่วนยาบ้านานๆ จะเสพสักครั้ง โดยมีวัยรุ่นในต่างหมู่บ้านนำมาขายให้ที่กุฏิ ในราคาเม็ดละ 50 บาท ซื้อเสพครั้งละ 3 เม็ด เสพล่าสุดเมื่อประมาณ 1 เดือนที่แล้ว และเสพติดมา 2-3 ปีแล้ว

ที่เสพยาบ้าเพราะจะทำให้ขยันทำงานวัด ไม่เหนื่อย ช่วยพระเจ้าอาวาสดูแลวัด เนื่องจากวัดมีพระจำพรรษาเพียง 2 รูป คืออาตมาและเจ้าอาวาส ยอมรับว่าทำผิดพระธรรมวินัย คือผิดศีลข้อ 5 จึงควบคุมตัวไปให้พระอาจารย์สุรชัย (แก่น) อายุ 51 ปี เจ้าอาวาสวัด ทำการสึกขาดจากเป็นพระภิกษุ ที่กุฏิเจ้าอาวาส ที่อยู่ห่างไปประมาณ 300 เมตร โดยพระเจ้าอาวาสได้ให้โอวาท เมื่อสึกออกไปให้กลับตัวกลับใจเป็นคนดี เมื่อสำนึกในสิ่งที่ทำผิดได้แล้ว มั่นใจว่าเลิกละจากสิ่งไม่ดีได้แล้ว เมื่ออยากจะมาบวชเป็นพระอีก ทางธรรมก็ไม่ได้ห้าม แต่ขอให้มีความตั้งใจจริง

พระอาจารย์สุรชัย (แก่น) อายุ 51 ปี เจ้าอาวาส เปิดเผยว่า รู้จักกับพระพนมชัยมาประมาณ 20 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่แกยังไม่ได้บวช เพิ่งรู้ว่าแกไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด รู้สึกตกใจและเสียใจมาก เพราะที่ผ่านมาแกไม่เคยมีอาการให้เห็นเลย เป็นพระที่สำรวม ขยันทำงานวัด ที่ไม่รู้ก็เพราะกุฏิอยู่ห่างกันมาก และต่างคนต่างอยู่ เมื่อถึงเวลาทำกิจของสงฆ์ ถึงจะได้เจอกันวันละ 2 ครั้ง เช้ากับเย็น ตอนออกบิณฑบาต กับทำวัตรช่วงเย็น อาตมาก็เคยพูดเตือนใจในเรื่องไม่ดีของสิ่งเสพติดทุกครั้งว่าอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด มันจะทำให้พุทธศาสนาเสื่อม ขาดความเลื่อมใสศรัทธาต่อญาติโยม เสพกัญชาก็ผิดศีลข้อ 5 เพราะเป็นของมึนเมา ยิ่งเสพยาบ้าเข้าไปก็ยิ่งผิดกฎหมายของบ้านเมืองด้วย
“ฝากถึงพระที่หลงผิดไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ให้เลิกลดละ หากทำไม่ได้ก็ให้ลาสิกขาไปเลย เพราะจะทำให้พุทธศาสนาเสื่อมเสีย ทางการเขาก็ประกาศในเรื่องนี้ แต่ก็ยังไปยุ่งกับมันอีก เมื่อถูกจับได้ก็ต้องจับสึก หากปล่อยไว้ก็มีแต่ความเสื่อมเสีย”
จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัวไปที่โรงพัก เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” นำเข้าสู่กระบวนการบำบัดคัดกรอง ตามภูมิลำเนา ในข้อมูลทะเบียนราษฎรต่อไป


