วันที่ 5 มิถุนายน 2560 นายพรม หรือหมอพรม จันทรา อายุ 82 ปี อาชีพแพทย์แผนไทย เจ้าของร้านยาแผนโบราณพรมประสิทธิ์เภสัช เลขที่ 944 หมู่ 2 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ พร้อมด้วยนางเรณู รัตน์แก้ว อายุ 49 ปี บุตรสาว ได้เดินทางไปที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังเข้าแจ้งความกรณีถูกวางยาด้วยสารหนูจนทำให้เกิดอาการไตวายเฉียบพลัน ต้องรักษาตัวอยู่เป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งหลังทราบสาเหตุได้ส่งข้อมูลหลักฐานให้พนักงานสอบไปแล้ว แต่ผ่านไปกว่า 1 ปี คดียังไม่มีความคืบหน้า และมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนไปแล้วถึง 3 นาย แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ คนร้ายที่เชื่อว่าเป็นผู้ก่อเหตุก็ยังลอยนวล
นายพรมกล่าวว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2558 ตนมีอาการคลื่นไส้ อ่อนแรง และอาเจียนตลอดเวลา ท้องผูก ไม่ปัสสาวะ ต่อมาลูกชายคนโตได้พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลเหนือคลอง รักษาอยู่เป็นเวลา 4 วัน แต่อาการไม่ดีขึ้น ต่อมาวันที่ 16 สิงหาคม 2558 จึงได้ออกจากโรงพยาบาลเหนือคลอง เพื่อไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ประมาณ 1 เดือนเศษ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ซ้ำร้ายยังทรุดหนัก ลูกสาวจึงพาไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯในตัวเมืองกระบี่ และไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่ รักษาอาการอยู่หลายเดือน หมอบอกเพียงว่าอาการไตวายแต่ไม่ทราบสาเหตุ ทั้งที่ไม่เคยมีโรคประจำตัวอะไร จึงเกิดความสงสัยว่าได้รับสารอะไรเข้าไป จึงได้ตรวจเลือดที่โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯ 2 ครั้ง ครั้งแรกพบว่ามีอะเครตินินในเลือดสูงกว่าปกติ 11 เท่า ต่อมาทางโรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ฯส่งผลเลือดไปตรวจอีกครั้ง ผลปรากฏว่าพบสารหนูในเลือดเกินกว่าปกติ 2 เท่า จึงมั่นใจว่าโดนวางยาในอาหารแน่นอนเป็นสาเหตุทำให้ไตวาย และเชื่อว่าภรรยาคนที่สองที่เพิ่งแยกทางกันเป็นคนก่อเหตุ เพราะเคยมีสารหนูอยู่ในบ้านก่อนหน้านี้
ด้านนางเรณูกล่าวว่า ตนเข้าแจ้งความครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2558 ตอนนั้นเจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้ ต่อมาก็ได้ไปแจ้งความอีกครั้งในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน (วางยา) และบิดาของตนได้เข้าไปให้ปากคำ พร้อมทั้งนำหลักฐานต่างๆ ส่งให้พนักงานสอบสวนตามที่ร้องขอ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาเกือบ 2 ปี คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้า คนร้ายที่ก่อเหตุยังลอยนวล ขณะเดียวกันมีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนไปแล้วถึง 3 คน แต่คดีไม่คืบหน้า จึงได้มาร้องที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเร่งรัดคดี หากยังไม่คืบหน้าก็จะไปร้องเรียนที่ตำรวจภูธรภาค 8 เพื่อเร่งรัดคดีอีกครั้ง
ด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวได้มีการเข้ามายื่นเรื่องไว้แล้วเมื่อปี 2559 ซึ่งหลังจากนี้จะได้ประสานกับพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี เพื่อเร่งดำเนินการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อเร่งทำคดีและจะได้ประสานกับผู้ร้องต่อไป

