“อิทธิวัฒน์-ปรเมศวร์” พร้อมทีมงานลุยเคาะประตูขอคะแนนปชช. เข้าไปกำหนดอนาคตเมืองพัทยา
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานการหาเสียงการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา ระหว่าง นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร หมายเลข 1 กับ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หมายเลข 2 โดยต่างขนทีมหาเสียงลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงชาวเมืองพัทยา นายอิทธิวัฒน์ลงพื้นที่ชุมชนเคหะเทพประสิทธิ์ พบปะพูดคุยและรับฟังปัญหาเชิงลึกจากประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะไปขับเคลื่อนนโยบายภายใต้แนวคิด “พัทยาเพื่อทุกคน”

นายอิทธิวัฒน์ กล่าวว่า เป็นโอกาสสำคัญในการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนโดยตรง ทุกปัญหาและข้อเสนอแนะจะถูกนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาเมืองให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ และสร้างความมั่นคงด้านคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในระยะยาว
ย้ำว่าการเลือกตั้งเมืองพัทยาครั้งนี้ บัตรเลือกตั้งไม่มีบาร์โค้ด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับปลายปากกาของประชาชนที่จะเป็นผู้กำหนดอนาคตเมืองพัทยา รวมถึงร่วมกันตรวจสอบความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณของเมืองพัทยาที่มีมูลค่ากว่า 2,400 ล้านบาทต่อปี

“ทุกปัญหาที่ได้รับฟังในวันนี้คือพลังสำคัญที่จะถูกนำไปพัฒนาเมืองพัทยาให้ตอบโจทย์ประชาชน เป็นเมืองที่น่าอยู่ โปร่งใส และมั่นคงสำหรับทุกคน”
ขณะที่นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ลงพื้นที่พบปะประชาชนภายในชุมชนเจริญสุขพัฒนา หมู่ 5-6 กล่าวว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนหมดวาระการดำรงตำแหน่ง และหลังจากได้รับหมายเลขผู้สมัครอย่างเป็นทางการ ก็ได้เดินหน้าสื่อสารนโยบาย พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากประชาชนในแต่ละชุมชน

นำผลงานที่ดำเนินการมาแล้วในช่วงที่ผ่านมาเป็นส่วนสำคัญในการสื่อสารกับประชาชน อาทิ การบริหารจัดการขยะ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ การติดตั้งและปรับปรุงไฟส่องสว่างเพื่อความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาระบบกล้องวงจรปิดในชุมชน ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี
“เราใช้ผลงานที่ได้ทำมาเป็นเครื่องยืนยันการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขยะ น้ำท่วมที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือไฟส่องสว่างที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้จริง” นายปรเมศวร์กล่าวและว่า หลายโครงการได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ขณะที่บางนโยบายยังอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนและต้องใช้เวลาเพิ่มเติม จึงขอโอกาสจากประชาชนให้ได้กลับเข้ามาทำงานต่อ เพื่อสานต่อนโยบายและโครงการพัฒนาเมืองที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ

นายปรเมศวร์ กล่าวว่า ระหว่างการลงพื้นที่พบปะประชาชน ปัญหาที่ได้รับการสะท้อนมากที่สุดคือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งเมืองพัทยาได้พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวผ่านการจัดกิจกรรมและเทศกาลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ในส่วนที่เมืองพัทยารับผิดชอบโดยตรงนั้น เชื่อว่าสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นได้จากความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนรับรู้ได้ ทั้งความสะอาดของเมือง ปัญหาน้ำท่วมที่ลดลง รวมถึงระบบไฟส่องสว่างที่ได้รับการพัฒนาให้ครอบคลุมมากขึ้น

