ผอ.รพ.ขอนแก่น นำทีมหอบกระเช้าขอโทษผู้ป่วย ฉีดยาผิดคน ยันแค่ “น้ำเกลือ” เดินหน้าสอบต่อจนท.ประมาท
กรณีนายธนพล อธิพัฒน์ปภากร โพสต์ภาพขณะรอเข้ารับการตรวจรักษาภายในโรงพยาบาลขอนแก่น พร้อมข้อความระบุ ถูกเจ้าหน้าที่พยาบาลเอายาจากคนไข้อีกคนหนึ่งมาฉีดให้ รอคำชี้แจงโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ทั้งที่ก็บอกแล้วไม่ใช่นามสกุลนี้ นั้น

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ชั้น 5 หอผู้ป่วยพิเศษ 298 รพ.ขอนแก่น นพ.ธนสิทธิ์ ไพรพงษ์ ผอ.รพ.ขอนแก่น นำคณะผู้บริหารฝ่ายการแพทย์ พยาบาลและแพทย์เจ้าของไข้ เข้าเยี่ยมนายธนพล อธิพัฒน์ปภากร อายุ 48 ปี พร้อมนำกระเช้าเข้าเยี่ยมและชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดย ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นพ.ธนสิทธิ์กล่าวว่า เกิดความคลาดเคลื่อนในการให้บริการทางการพยาบาล เนื่องจากมีผู้ป่วยชื่อ “ธนพล” จำนวน 2 คน ทำให้เกิดความผิดพลาดในการระบุตัวบุคคล ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ประมาทเลินเล่อ ได้เข้าสู่กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระบบของโรงพยาบาลแล้ว ทางคณะผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลโดยตรงต่อตัวผู้มารับการรักษาและจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปปรับปรุงแก้ไขกระบวนการทำงานต่อไป

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ จากเดิมเคยเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แต่ปัจจุบันภาพลักษณ์ดังกล่าวหายไปแล้ว อยากจะให้เกิดความเชื่อมั่น ผู้ที่มารับบริการในโรงพยาบาลทุกคนได้มั่นใจ ทั้งผู้บริหาร พยาบาล และบุคลากรทุกคน ได้รับการปลูกฝังเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นอันดับแรกมาโดยตลอด”
นพ.ธนสิทธิ์กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่า เป็นการฉีดน้ำเกลือเข้าไปก่อน ก่อนจะทราบภายหลังว่าเป็นการฉีดให้ผู้ป่วยคนละราย แม้กรณีจะเป็นเพียงการฉีดน้ำเกลือ แต่กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงยังคงต้องดำเนินการต่อไป เรื่องบทลงโทษต้องพิจารณาจากเจตนาและรายละเอียดว่าผิดพลาดในเรื่องใด เป็นเรื่องของมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่
ขณะที่นายธนพล อธิพัฒน์ปภากร อายุ 48 ปี ผู้ป่วย กล่าวว่า รู้สึกสบายใจขึ้น ยอมรับว่ารู้สึกกลัวและวิตกกังวลอย่างมาก จึงตัดสินใจโพสต์เรื่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน หากเกิดอันตรายหรือเสียชีวิตจะได้มีผู้รับผิดชอบ แต่ได้รับคำชี้แจงและการยืนยันจาก ผอ.รพ. ทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น ยืนยันว่า ไม่ได้เจตนาจะทำร้ายโรงพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ เหตุที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจในการรักษาของบุคลากรในโรงพยาบาล หากในอนาคตจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาที่นี่อีก ก็ยังสะดวกใจที่จะมาใช้บริการ

