แสงเทียนแห่งศรัทธา วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จัดบวชหมู่เฉลิมพระเกียรติรับวันวิสาขบูชาโลก
“วันวิสาขบูชา” นับเป็นวันที่มีความสำคัญยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนา และได้รับการยกย่องให้เป็น “วันสำคัญสากลของโลก” (Vesak Day) โดยองค์การสหประชาชาติ เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญอันน่าอัศจรรย์ยิ่ง 3 ประการเกี่ยวกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้แก่ การประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพาน ซึ่งทั้งสามเหตุการณ์ล้วนเวียนมาบรรจบในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 อย่างพอดี
นอกเหนือจากความอัศจรรย์ทางกาลเวลาแล้ว หัวใจสำคัญของวันวิสาขบูชาคือการรำลึกถึง “พระธรรมคำสอน” ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ นั่นคือ “อริยสัจ 4” ความจริงอันประเสริฐที่นำมนุษย์ก้าวข้ามห้วงแห่งความทุกข์ ตลอดจนหลักแห่งความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต วันนี้จึงเป็นวาระสำคัญที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกจะได้น้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระศาสดา ผู้ทรงประทานแสงสว่างแห่งปัญญาแก่มวลมนุษยชาติ
ดังนั้น เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญสากลของโลก ประจำปีนี้ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ศูนย์รวมจิตใจของชาวแม่กลอง จึงได้ร่วมกับพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดจนข้าราชการ ภาคเอกชน และหน่วยงานต่างๆ บูรณาการความร่วมมือจัด “โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติและปฏิบัติธรรม” ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา พร้อมกันนี้ยังเป็นการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่หยั่งรากลึกอยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวไทย

พิธีอันเป็นมหากุศลในครั้งนี้ ได้รับความเมตตาอย่างสูงสุดจาก พระราชสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และได้รับเกียรติจาก นายรนัสก์ชัย พุ่มเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีของคณะญาติมิตร ครอบครัวผู้เข้าอุปสมบท และพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างเนืองแน่นจนเต็มลานกว้างของมณฑลพิธี
กิจกรรมเริ่มต้นขึ้นอย่างงดงามด้วยการประกอบพิธีปลงผมนาค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการละทิ้งความยึดมั่นถือมั่นทางโลก ก่อนจะเข้าสู่การรับฟังพระธรรมเทศนา ซึ่งพระเถรานุเถระได้มุ่งเน้นชี้ให้เห็นถึง “อานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของการบวช” ว่าการบวชนั้นไม่เพียงแต่เป็นการทดแทนคุณบิดามารดาผู้ให้กำเนิดตามคติความเชื่อดั้งเดิมของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยสืบสานต่ออายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาว และที่สำคัญที่สุดคือการเปิดโอกาสให้กุลบุตรได้ก้าวเข้ามาศึกษาพระธรรมวินัย ได้ฝึกหัดขัดเกลาจิตใจตนเองให้บริสุทธิ์ผ่องใส ก่อนที่คณะญาติมิตรจะร่วมกันจัดริ้วขบวนนำนาคเวียนประทักษิณรอบพระอุโบสถ ท่ามกลางเสียงอนุโมทนาสาธุการที่ดังกึกก้อง และก้าวเข้าสู่พระอุโบสถเพื่อประกอบพิธีอุปสมบทอย่างสมบูรณ์ตามหลักพระธรรมวินัย
พระครูสมุทรวชิรานุวัตร รองเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของโครงการว่า การอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม ถึงวันที่ 12 มิถุนายน รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 15 วัน โดยทางวัดเพชรสมุทรวรวิหารรับเป็นเจ้าภาพและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมด ทั้งเครื่องอัฏฐบริขาร ผ้าไตรจีวร ตลอดจนภัตตาหาร ผู้ที่ประสงค์จะเข้ามาบรรพชาอุปสมบทในโครงการนี้จึงไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น การดำเนินการเช่นนี้เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ชายไทยทุกคนที่มีความตั้งใจจริง ได้มีโอกาสเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์โดยปราศจากอุปสรรคทางทุนทรัพย์ ขอเพียงผู้บวชตั้งมั่นด้วยจิตศรัทธา เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง และมีความจงรักภักดีในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ก็สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหากุศลครั้งนี้ได้

สำหรับชีวิตภายใต้ผ้าเหลืองของ “พระนวกะ” หรือพระบวชใหม่ทั้ง 14 รูป และสามเณรอีก 1 รูป ตลอดระยะเวลา 15 วันภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์นั้น ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย หากแต่เป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อการขัดเกลาจิตใจอย่างเข้มข้น กิจวัตรประจำวันจะดำเนินไปอย่างเคร่งครัดตามแบบแผนของพระภิกษุสงฆ์ โดยทุกรูปจะต้องตื่นนอนตั้งแต่เวลา 04.00 น. ในยามที่สรรพสิ่งยังคงเงียบสงบ เพื่อร่วมทำวัตรสวดมนต์ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน กำหนดสติรับรู้ลมหายใจเข้าออก ก่อนจะห่มดองอุ้มบาตรออกรับบิณฑบาตโปรดญาติโยมในยามเช้า ซึ่งถือเป็นการโปรดสัตว์และเป็นเนื้อนาบุญให้แก่ชุมชน
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจช่วงเช้า พระนวกะทุกรูปจะเข้าร่วมสวดมนต์เบื้องหน้า “องค์หลวงพ่อวัดบ้านแหลม” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ประดิษฐานตระหง่านอยู่ภายในพระอุโบสถ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ส่วนในช่วงบ่ายถึงค่ำ จะเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ โดยมีการจัดการศึกษาพุทธศาสตร์หลักสูตรระยะสั้น มีการรับฟังคำบรรยายจากพระวิทยากรและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้พระนวกะมีความเข้าใจในหลักธรรมคำสอนและข้อวัตรปฏิบัติที่ถูกต้อง ก่อนจะปิดท้ายวันด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐานอีกครั้งในยามค่ำคืน
นอกจากกิจวัตรประจำวันอันเคร่งครัดแล้ว ความพิเศษของโครงการในครั้งนี้คือ พระนวกะทั้งหมดได้มีโอกาสเข้าร่วม “พิธีสวดปาฏิโมกข์” เนื่องในวันอุโบสถ (วันพระใหญ่) วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาพอดี ณ ภายในพระอุโบสถวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ซึ่งการฟังสวดปาฏิโมกข์ถือเป็นกิจสำคัญของสงฆ์ในการทบทวนศีล 227 ข้อให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ จากนั้นในช่วงค่ำ คณะสงฆ์พร้อมด้วยพระนวกะและพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกันประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ ภายใต้โครงการส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา แสงประทีปหลายร้อยดวงที่สว่างไสวไปทั่วลานวัด สอดประสานกับเสียงสวดมนต์ที่ดังกังวาน เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสงบงามและศรัทธาอันเปี่ยมล้น เพื่อส่งเสริมเจตนารมณ์อันดีงามในการสืบทอดและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันสำคัญสากลของโลก
การจัดโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติของวัดเพชรสมุทรวรวิหารในครั้งนี้ จึงมิใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนาที่จัดขึ้นตามวาระเท่านั้น แต่ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึง “พลังศรัทธา” ของชาวแม่กลองและพุทธศาสนิกชนไทย ที่ผนึกกำลังกันสร้างมหากุศล ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้ร่วมกันสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา บ่มเพาะศาสนทายาทให้เติบโตอย่างยั่งยืนสถาพร แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างสูงสุดที่มีต่อสถาบันหลักของชาติ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทยอย่างงดงามและมั่นคงตลอดไป


