กองปราบ ร่วมลงพื้นที่เร่งคลี่คลายคดี “น้ององุ่น” ขณะที่เจ้าหน้าที่นำ จยย.พ่วงข้าง ของวัดทิโคร่ง ตรวจหาลายนิ้วมือแฝง รวมถึงนำตัวผู้ต้องสงสัย 5 คนตรวจดีเอ็นเอ
ความคืบหน้ากรณีพบศพ “น้ององุ่น” เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา ในพื้นที่หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังหายตัวออกจากบ้านกว่า 2 วัน เจ้าหน้าที่เร่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 69 พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ธวัลธรณ์ พุธิธนพิศุทธิ์ ผกก.ตชด.13 พ.ต.อ.สันติ พิทักษ์สกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี พล.ต.ต.หญิง ชลีรัชช์ สระดี ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 7 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางลงพื้นที่ไปหมู่บ้านของ “น้ององุ่น” ที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อเก็บหารายละเอียดหลักฐานวัตถุพยานความเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของวัดทิโคร่ง เพื่อนำไปตรวจหาคราบลายนิ้วมือแฝง และบุคคลต้องสงสัยอีก 5 คนมาสอบสวน ตรวจหาดีเอ็นเอ

พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ รอง ผบช.ภ.7 ให้ข้อมูลว่า ความคืบหน้าในการสืบสวนในบางประเด็นแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะต้องนำข้อมูลมาเชื่อมต่อกับการสืบสวนสอบสวน โดยการสอบสวนมุ่งเน้นไปที่การค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ว่าเกิดขึ้นจากเรื่องใด “น้ององุ่น” เสียชีวิตตรงจุดที่พบศพ หรือใครนำศพของน้องมาไว้ที่บริเวณดังกล่าว

ขณะที่แนวทางการสืบสวนสอบสวน ล่าสุดช่วงสาย วันนี้ (4 มิ.ย.69) ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมีการไล่เลียงไทม์ไลน์ที่ “น้ององุ่น” หายตัวไปได้แล้ว ซึ่งจากการสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง พยาน สามารถตีวงให้แคบลงได้แล้ว รวมถึงการตรวจสอบสัญญาณโทรศัพท์มือถือในห้วงเวลาที่ “น้ององุ่น” หายตัวไป ทำให้มีข้อมูลแนวทางการสืบสวนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ตำรวจจากหลายหน่วยยังระดมกำลัง ลงพื้นที่บริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ ทั้งตำรวจสืบสวน สภ.สังขละบุรี ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจตระเวนชายแดน 134 โดยมีตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บช.ก.(CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม บก.ป. ร่วมลงพื้นที่มาสมทบสนับสนุนในการทำงานเพื่อช่วยเร่งคลี่คลายคดีด้วย โดยได้แบ่งทีมกันทำงานตรวจสอบบ้านต้องสงสัย และบุคคลบริเวณโดยรอบ

พบมีการเชิญผู้ชายในหมู่บ้านทิโคร่ง บางคนถูกเชิญตัวไปสอบปากคำและตรวจเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพุ่งเป้าเป็นคนในหมู่บ้าน
โดยในวันพรุ่งนี้ (5 มิ.ย.) จะมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่เพื่อมาให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีน้ององุ่น หลังจากปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องกันมาหลายวัน พร้อมร่วมประชุมคลี่คลายคดีและวางแผนจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้

