ทนายความ พร้อมทหารพรานขึ้นโรงพัก มอบตัวสู้คดีแพ่ง ถูกตำรวจดองสำนวน 2 ปี โอดเงิน 1,000 ทำชีวิตพัง ขู่ ฟ้องกลับ ม.157-พ.ร.บ.คอมพ์
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายทนง แซ่จิ้ว ทนายความ นำตัวทหารพรานนายหนึ่ง อายุ 28 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงตัวและต่อสู้คดี กรณีที่เพจ Facebook ของ สภ.หาดใหญ่ โพสต์แถลงการณ์ติดตามตัวเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569
พร้อมกันนี้ ทนายความได้ยื่นหนังสือถึง ผกก.สภ.หาดใหญ่ เพื่อขอความเป็นธรรม และเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีเดิม ในข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และแจ้งความเอาผิดเพจ สภ.หาดใหญ่ ในข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการสร้างเอกสารราชการปลอม
นายทนงเปิดเผยว่า รู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทหารพรานคนนี้เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆ ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติอยู่แนวหน้า แต่กลับต้องมาเผชิญกับความอยุติธรรมจากความผิดพลาดเล็กน้อยในทางแพ่ง ถูกพนักงานสอบสวนดองสำนวนคดีและอายัดบัญชีธนาคารทุกบัญชี ทั้งบัญชีครองชีพ เงินเดือน และเงินเสี่ยงภัยนานกว่า 2 ปี
“ผมพูดแล้วน้ำตาจะไหล เขาทำงานเป็นรั้วของชาติ แต่ด้วยเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยแท้ๆ กลับไปยัดคดีรุนแรงมหาศาลให้เขา อายัดบัญชีเขามา 2 ปี ลูกเต้าเจ็บป่วยไม่มีเงินไปรักษาในสถานพยาบาล ครอบครัวไม่มีเงินทุนสำรอง จนสุดท้ายน้องต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เสียดอกเบี้ยโดยไม่สมควรจะเสีย ที่ผ่านมาทั้งตัวน้องและผู้บังคับบัญชาพยายามมาเจรจาติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอความเห็นใจ เพราะเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพมาก แต่กลับไม่เคยได้รับการตอบรับเลย” นายทนงกล่าว

นายทนกล่าวว่า คดีนี้เป็นเพียงคดีเล็กน้อยมาก เป็นการผิดสัญญาทางแพ่งจากการส่งสินค้าผิดพลาด และผู้ต้องหาเพิ่งเคยขายของเพียงชิ้นเดียวในชีวิต ไม่ได้มีพฤติการณ์เปิดเพจโฆษณาเป็นวงกว้างเพื่อหลอกลวงคนจำนวนมาก อันจะเข้าข่ายความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” ตามที่ สภ.หาดใหญ่ พยายามออกแถลงการณ์โยนความผิดให้ศาลเพื่อปกป้องความผิดพลาดของพวกเดียวกันเอง
นายทนงกล่าวอีกว่า ประเด็นที่แถลงการณ์ของ สภ.หาดใหญ่ ระบุว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์บล็อกเฟซบุ๊กและบล็อกไลน์ช่องทางติดต่อของผู้เสียหาย ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ขอชี้แจงว่าเนื่องจากน้องเป็นทหารพราน ต้องเดินทางเข้าป่าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง ทำให้บางช่วงเวลาไม่สามารถติดต่อหรือประสานงานกับบุคคลภายนอกได้จริงๆ แต่ทันทีที่ได้รับหมายเรียกจาก สภ.หาดใหญ่ รีบเดินทางมาแสดงตัวทันที ไม่เคยคิดหลอกลวงหรือหลบหนีไปไหน ซึ่งพนักงานสอบสวนควรรับฟังข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ไม่ใช่ฟังความข้างเดียวจากผู้กล่าวหา

ขณะเดียวกัน นายทนงและทหารพรานได้ยื่นหนังสือร้องเรียน และได้เข้าพบ พ.ต.ท.โชคทวี จันทร์ทองอ่อน รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.หาดใหญ่ เพื่อพูดคุยปรับความเข้าใจ สร้างความสบายใจให้กับผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก เนื่องจากพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีคนเดิมได้ย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว และ พ.ต.ท.โชคทวี เมื่อทราบเรื่องราวความเดือดร้อนทั้งหมด ได้รับปากว่าจะเข้ามาดูแลคดีนี้ด้วยความเป็นธรรม พร้อมเร่งรัดดำเนินการถอนอายัดบัญชีธนาคารให้โดยเร็วที่สุด
นายทนงเปิดเผยว่า แนวทางการช่วยเหลือเยียวยาทหารพรานรายนี้ว่า ปัจจุบันเงินในบัญชีที่ถูกอายัดไว้มีอยู่กว่า 2 แสนบาท แต่เนื่องจากยังไม่รู้กำหนดเวลาที่แน่ชัดว่า สภ.หาดใหญ่ จะถอนอายัดได้วันไหน ทำให้น้องยังไม่มีเงินทุนและต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยจากการกู้หนี้นอกระบบมาจุนเจือครอบครัวตลอด 2 ปี

“อยากวิงวอนและขอความเมตตาจากประชาชน หรือแฟนคลับที่เชื่อมั่นในเครดิตของผม หากพอมีกำลังรบกวนช่วยซัพพอร์ตหรือสำรองเงินให้น้องได้นำไปปลดหนี้สินก่อน ผมยินดีเอาเงินในบัญชีที่ค้างอยู่กว่า 2 แสนบาทของทหารพรานนายนี้เป็นหลักประกันให้ เพื่อช่วยเหลือนักรบชายแดนให้พ้นจากความทุกข์ระทมนี้โดยเร็ว” นายทนงระบุ

