หน้าแรก ภูมิภาค อส.สุไหงปาดี ...

อส.สุไหงปาดี ถูกซุ่มยิงสาหัสเสียชีวิตแล้ว คาดฝีมือกลุ่ม “ตอเย็บ เทารง”

5.06.26 | 11:10 น.

อส.สุไหงปาดี ถูกซุ่มยิงสาหัสเสียชีวิตแล้ว ฝ่ายมั่นคงชี้กลุ่ม “ตอเย็บ เทารง” แกนนำใต้สั่งการ เลือกเป้าหมายจนท.รัฐ

ความคืบหน้ากลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามดักซุ่มยิง สมาชิกเอก อุรุพงษ์ กมล อายุ 35 ปี สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอสุไหงปาดีที่ 9 ประจำชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี (ชคต.สุไหงปาดี) จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ริมถนนสายปะลุรู – สุไหงปาดี เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 4 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหารพรานขับรถผ่านมาประสบเหตุ ทำให้กลุ่มคนร้ายล่าถอยไปก่อนจะเข้ามาจ่อยิงซ้ำนั้น

มีรายงานข่าวแจ้งว่า สมาชิกเอก อุรุพงษ์ รักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบแล้ว เนื่องจากกระสุนถูกอวัยวะสำคัญและเสียเลือดมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและเพื่อนร่วมงาน

ขณะที่ นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยนายวิรุต ตรียวง นายอำเภอสุไหงปาดี และหน่วยกำลัง ร่วม 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ กรณีคนร้ายลอบยิง อส.อ.อุรุพงษ์ บริเวณเส้นทางสายต้นไม้สูง – สุไหงปาดี หมู่ที่ 2 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ก่อนทั้งหมดจะเดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล สมาชิก อส.ชคต.สุไหงปาดี พร้อมเน้นย้ำให้เพิ่มความระมัดระวัง มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ประมาทต่อสถานการณ์ รวมถึงการ ป้องกันฐานปฏิบัติการให้มีความปลอดภัยสูงสุด ณ ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส

Advertisement

กำหนดการพิธีศพของ สมาชิกเอก อุรุพงษ์ กมล จัดขึ้นในวันนี้ (5 มิถุนายน 2569) ณ วัดโคกตา ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดยมีรายละเอียดขั้นตอนพิธีการดังนี้ เวลา 15.00 น. เริ่มพิธีรดน้ำศพ ณ วัดโคกตาเวลา 16.00 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพเวลา 17.00 น. พิธีวางพวงมาลา เวลา 17.30 น.พิธีมอบกระเช้าพระราชทาน

ด้านความคืบหน้าทางคดี แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมการก่อเหตุรวมถึงปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 อาก้า และปืนลูกซอง ที่ตกอยู่ในพงหญ้าริมทาง คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเครือข่ายของ นายตอเย็บ เทารง แกนนำสั่งการและปฏิบัติการที่มีอิทธิพลเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงปาดี และอำเภอใกล้เคียง มักเลือกเป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐและคนของทางการรายวัน

โดยขณะนี้กองกำลังทหาร พลเรือน และตำรวจ ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดพิสูจน์หลักฐาน เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายและแกะรอยตามเส้นทางพงหญ้าที่กลุ่มคนร้ายใช้หลบหนีอย่างกระชั้นชิด เพื่อนำตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด