หน้าแรก ภูมิภาค รมว.ศึกษาธิกา...

รมว.ศึกษาธิการ ปักหมุดโคราช โมเดลต้นแบบ “เรียนรู้ตลอดชีวิต” สร้างโอกาสการศึกษาใกล้บ้านใกล้ชุมชน

5.06.26 | 17:00 น.

รมว.ศึกษาธิการ ปักหมุดโคราช โมเดลต้นแบบ “เรียนรู้ตลอดชีวิต” เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาใกล้บ้าน ใกล้ชุมชน

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ ส.ส.นครราชสีมา ประกอบด้วย นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองประธานกรรมาธิการการกีฬาสภาผู้แทนราษฎร , นายพชร จันทรรวงทอง , อาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล , นางพัชรวรรณ ภิญโญ , นายรชต ด่านกุล จากพรรคเพื่อไทยและนายศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ จากพรรคประชาชน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และนางเกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้ลงพื้นที่พบปะผู้บริหารสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครราชสีมา (สกร.) และผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอทั้ง 32 อำเภอในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ ห้องประชุม B2102 อาคารเรียนรวม 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) จ.นครราชสีมา โดยมีนายมาโนชฐ์ ลาภจิตร ผอ.สกร.ประจำจังหวัดนครราชสีมา และคณะผู้บริหาร สกร.อำเภอ ให้การต้อนรับและนำเสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไขในการจัดการเรียนการสอน

ซึ่งนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า สกร. เป็นกลไกสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่พลาดโอกาสจากระบบการศึกษาปกติ ผู้สูงอายุ ผู้ใช้แรงงาน ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางในชุมชน ผ่านการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ โดยเน้นย้ำ 5 นโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมมอบแนวทางให้ สกร. ขับเคลื่อนงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชน ภาคประชาสังคม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันค้นหาและดึงเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้กลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้อีกครั้ง รวมถึงพัฒนาทักษะอาชีพ ทักษะดิจิทัล และทักษะที่สอดคล้องกับโลกการทำงานยุคใหม่ เพราะ “สกร. ไม่ใช่เพียงหน่วยงานจัดการศึกษา แต่เป็นหน่วยงานสร้างโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิต โดยต้องลงไปทำงานเคียงข้างชุมชน รับฟังความต้องการของประชาชน และออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง เพื่อให้ทุกคนสามารถพัฒนาตนเอง มีอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ยังมีเด็กและเยาวชนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา กว่า 16,000 คน ซึ่ง สกร. จะเป็นกำลังสำคัญในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อติดตาม ช่วยเหลือ และสร้างทางเลือกทางการศึกษาให้เข้าถึงผู้เรียนแต่ละกลุ่มได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีแนวทางพัฒนาศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาและห้องสมุดประชาชน ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน รองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนทุกวัย และเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเองในยุคดิจิทัล

ด้านนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาห้องสมุดประชาชน ศูนย์การเรียนรู้ และหลักสูตรวิชาชีพที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ได้จริง พร้อมผลักดันการนำเทคโนโลยีและ AI มาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะอาชีพ พร้อมกันนี้ ยังเตรียมนำร่องโครงการ “1 ปี 1 วุฒิ” สำหรับทหารกองประจำการ พระภิกษุสงฆ์ และผู้ต้องขังในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึง ผลักดันจังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่ต้นแบบ (Sandbox) ด้านการศึกษาตลอดชีวิต โดยบูรณาการความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสร้างระบบการเรียนรู้ที่เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง ซึ่งการขับเคลื่อนงานของ สกร. ในครั้งนี้ สะท้อนเป้าหมายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ ในการทำให้ “การศึกษาเป็นโอกาสของทุกคน” ผ่านการทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่ เข้าถึงประชาชน และสร้างการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้ พัฒนา และเติบโตได้ตลอดชีวิต

Advertisement

ส่วนปัญหาการร้องเรียน เรื่องหนังแบบเรียนของ สกร.เนื้อหาเก่า ไม่สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน และยังมีราคาแพงตลอดจน สกร.จังหวัดและสถานศึกษาในสังกัด ถูกกล่าวหาว่า มีการรับผลประโยชน์จากสำนักพิมพ์ต่างๆ นั้น เรื่องนี้ตนเองได้รับทราบเรื่องทั้งหมดแล้ว และได้แก้ไขปัญหาในภาพรวม ด้วยการนำหลักสูตรใหม่มาใช้เริ่มตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป รวมทั้ง จะมีการจะนำหลักสูตรวิชาชีพที่ สกร.มีอยู่แล้ว มาปรับปรุงให้เข้าถึงตรงตามความต้องการของประชาชน โดยเน้นคุณภาพและใช้งานได้จริง ส่วนหลักสูตรใหม่ของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งระดับประถม มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย จะมีเกณฑ์วัดคุณภาพและมาตรฐาน และเป็นหลักสูตรที่ใหม่ เนื้อหาสอดคล้องกับบริบทของสังคม รวมถึง เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกปัจจุบัน โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้เข้าถึงหลักสูตรและหนังสือเรียนได้อย่างเสรี อยู่ที่ไหนก็สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ผ่านระบบออนไลน์ ยกเว้นผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษที่ยังคงต้องใช้หนังสือเรียนอยู่ ในอนาคตอันใกล้นี้ ระบบออนไลน์และ AI จะถูกนำมาใช้จัดการเรียนการสอนหลักสูตร สกร.มากยิ่งขึ้น ทดแทนการจัดซื้อจัดจ้างหนังสือเรียนที่เป็นปัญหาทั้งความล่าช้าและการทุจริต ตามที่ถูกกล่าวหาก็จะหมดไป