หน้าแรก ภูมิภาค ชื่นชมร้านทอง...

ชื่นชมร้านทองสระบุรี คืนกำไรสู่สังคม แจกทุนเรียนฟรีจนปริญญาตรี แก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์

6.06.26 | 13:46 น.

ชื่นชมร้านทองสระบุรี คืนกำไรสู่สังคม แจกทุนเรียนฟรีจนปริญญาตรี แก่เด็กเรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “ห้างทองแม่สุขใจ 5 สระบุรี” โพสต์ภาพพร้อมเขียนข้อความว่า “ห้างทองแม่สุขใจสาขาสระบุรี และสาขาแก่งคอยแจกทุนการศึกษาให้นักเรียนเรียนดี แต่ฐานะยากจนของปีนี้ค่ะ ส่งเสียค่าใช้จ่ายจนจบปริญญาตรี นักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ จ.สระบุรีนะคะ ปีนี้มีนักเรียนผ่านคัดเลือก 4 คน สอบติดมหาวิทยาลัยดังนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ลาดกระบัง ,ราชมงคล และมหาสารคาม รายได้ส่วนหนึ่งมาจากการค้าขายทองและขายบ้านจัดสรร ที่ลูกค้าใน จ.สระบุรีและทั่วประเทศได้อุดหนุน อนุโมทนาบุญร่วมกันนะคะ”

โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก เช่น ยินดีกับน้องๆ ด้วยนะคะ และสาธุ บุญกับร้านทองด้วยค่ะ

นางวรากรณ์ อายุ 61 ปี เปิดเผยว่า ร้านทองดังกล่าวเป็นของลูกสาว ซึ่งตนเองได้ยกให้กับลูกสาวกับลูกชายไปแล้ว และโครงการนี้เป็นโครงการของครอบครัว โดยได้ร่วมกับทางร้านทองแม่สุขใจ สาขาแก่งคอย (บ้านอาม่า) ซึ่งทำกันมานานหลายปี

น.ส.สกาวเดือน อายุ 39 ปี เจ้าของร้านทองแม่สุขใจ 5 เปิดเผยว่า ทางร้านได้ร่วมกับครอบครัวร้านทองแม่สุขใจ สาขาแก่งคอย ได้จัดทำโครงการนี้เป็นปีที่ 3 จะคัดเด็กที่เรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์ ในพื้นที่ จังหวัดสระบุรี ครั้งละ 4 คน โดยให้เด็กที่สนใจทุนการศึกษาส่งประวัติ ผลการเรียน มาที่บริษัทผ่านทางอีเมล ทางเราจะติดตามความประพฤติ และผลการเรียน ที่ผ่านมาได้มีการนัดหมายเด็กๆ ที่ได้ทุนไปก่อนหน้านี้ เพื่อมาพบกับเด็กๆ ที่ได้รับทุนใหม่ มีการพาไปเลี้ยงอาหาร และให้รุ่นพี่ที่ได้รับทุนไปก่อนหน้านี้ มีการแนะนำการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย และการปฏิบัติตัวในสถานศึกษา แต่ละคนจะได้ทุนการศึกษาคนละ 40,000 บาท ในแต่ละปี

Advertisement

“เด็กที่สนับสนุนการศึกษาครั้งล่าสุด สามารถสอบติด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , มหาวิทยาลัยลาดกระบัง ,  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งทางร้านจะคัดเฉพาะเด็กที่เรียนดี แต่ขาดทุนทรัพย์ โดยเงินที่สนับสนุนนั้นเป็นรายได้ของทางครอบครัว เนื่องจากทางครอบครัวมีพี่น้องหลายคน ก็จะนำเงินมารวมกัน รายได้จากการทำธุรกิจ ร้านทอง และหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งทางครอบครัวจะทำโครงการนี้ต่อไป เพราะคิดว่าเป็นโครงการที่ดี เป็นการคืนกำไรสู่สังคม” น.ส.สกาวเดือน กล่าว