หน้าแรก ภูมิภาค ชาวบ้านสุดช้ำ...

ชาวบ้านสุดช้ำ! อดีต ส.อบต. พ่ออินฟลูชื่อดัง หลอกเอาที่ดินไปขาย ไร้หนทางได้คืน เหตุโอนให้แล้ว

6.06.26 | 14:59 น.

ชาวบ้านสุดช้ำ! อดีต ส.อบต. พ่ออินฟลูชื่อดัง หลอกเอาที่ดินไปขาย ไร้หนทางได้คืน เหตุโอนให้แล้ว

วันที่ 6 มิ.ย.2569 กรณีชาวบ้านจาก อ.เมืองบุรีรัมย์ อ.ประโคนชัย และ อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ นายทอง (นามสมมติ) อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) แห่งหนึ่งในอำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เป็นพ่อของอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง

กล่าวหา อดีต ส.อบต.คนดังกล่าวว่าได้ร่วมกับลูกน้อง มีพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงในหลายรูปแบบ ทั้งหลอกให้นำที่ดินไปจำนองนายทุน, กู้เงิน ธ.ก.ส. อ้างต้องการเงินไปลงทุนทำธุรกิจเปิดลานรับซื้อข้าวเปลือก จะมีผลตอบแทนสูงชาวบ้านหลงเชื่อเพราะเคยเป็น ส.อบต.ที่มีคนนับหน้าถือตา ตามที่เสนอเป็นข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดได้มีชาวบ้านที่ อ.พลับพลาชัย อีกหลายคนเดินทางไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน สภ.พลับพลาชัย อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อต้องการแจ้งความเอาผิดนายทอง คนเดียวกันที่เป็นข่าวซ้ำอีก เพราะได้ก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน

นางเหมือน อายุ 72 ปี เล่าว่า ตอนนั้นลูกเขยอยากทำธุรกิจ อยากให้นายทอง ช่วยเหลือจึงเอาที่ดินจำนวน 8 ไร่ไปปรึกษานายทอง ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะต้องโอนที่เป็นชื่อของนายทองก่อน ตนก็ทำตามเพราะอยากได้เงินทุนให้ลูกเขย 150,000 บาท เพื่อไปเปิดร้านรับซื้อข้าวเปลือกเหมือนนายทอง บ้างเพราะเท่าที่เห็นนายทอง รวยเร็ว มารู้ตอนนี้คือเงินที่รวยคือไปโกงคนอื่นมา

Advertisement

หลังจากได้เงินมาลงทุน 150,000 บาท เอาไปรับซื้อข้าว แต่กลับไม่รวยเร็วเหมือนนายทอง และมาทราบในภายหลังว่าที่ดินดังกล่าวไม่รู้ว่าไปตกอยู่กับใคร นายทองก็ติดต่อยาก และปรากฏว่ามีคนมาแจ้งว่าที่ดินจำนวน 8 ไร่ที่ตนทำนาอยู่ ห้ามทำนาแล้วเพราะที่ดินเขาซื้อไปแล้ว ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร

ขณะที่นางพรสุดา อายุ 52 ปี กล่าวว่า ตนเอาที่บ้านจำนวน 1 ไร่เศษไปขอกู้เงินกับนายทอง จำนวนเงิน 120,000 บาท แต่ต้องโอนที่ดินให้ก่อน ตนก็ทำตามเพราะอยากได้เงินมาต่อทุน หลังจากนั้นได้คืนทุนให้ไปแล้วจำนวน 60,000 บาท

เมื่อไปถามหาที่ดิน เพราะต้องการจะไถ่คืนได้รับคำตอบจากนายทองว่า ถ้าอยากได้ ให้ไปติดต่อที่สำนักงานบังคับคดี ยอมรับเมื่อได้ฟังคำนี้เข่าทรุดพูดอะไรไม่ออก เพราะพวกตนเป็นชาวบ้านธรรมดา ไม่รู้จะไปติดใครอย่างไร

นางพรสุดา เล่าทั้งน้ำตาว่า ที่ดินผืนนี้เป็นที่มรดกเป็นที่อยู่อาศัยหวังให้ลูกหลานใช้เป็นที่ซุกหัวนอน แต่กลับมาทำแบบนี้ ครอบครัวทำอะไรไม่ถูก จึงอยากให้ผู้รู้มาชี้แนะหรือหาแนวทางช่วยเหลือพวกตนด้วย