หน้าแรก ภูมิภาค ฮอตไม่หยุด! ป...

ฮอตไม่หยุด! ปราสาทตาควาย-เนิน 350 นทท.ทะลักวันที่ 2 กว่า 1.5 พันคน หนุนศก.ชุมชนคึกคัก

7.06.26 | 12:54 น.
ปราสาทตาควาย

ปราสาทตาควาย-เนิน 350 ฮอตไม่หยุด! นักท่องเที่ยวทะลักวันที่ 2 กว่า 1,500 คน แห่สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ยังคงคึกคักต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ โดยมีประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และพื้นที่แห่งวีรกรรมของทหารไทยตามแนวชายแดนจำนวนมาก

ตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาลงทะเบียนทั้งในรูปแบบจองผ่านแอปพลิเคชันและวอล์กอินอย่างต่อเนื่อง เพื่อขึ้นไปเยี่ยมชมปราสาทตาควายและเนิน 350 ซึ่งเป็นจุดชมวิวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางมาตรการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

นักท่องเที่ยวทุกคนต้องจอดรถบริเวณโรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ก่อนลงทะเบียนและใช้บริการรถสองแถวที่หน่วยงานท้องถิ่นจัดเตรียมไว้รับ-ส่ง เพื่อควบคุมการสัญจรและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย โดยไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปยังจุดท่องเที่ยวด้านบน

ขณะเดียวกัน นายณัฐพัชร์ บุญมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบักได ได้จัดโครงการส่งเสริมเกษตรกร ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่องาน “ของดีบักได” ณ โรงเรียนบ้านสันติสุข หมู่ 16 ตำบลบักได เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยตรง

Advertisement

ภายในงานมีผลไม้ขึ้นชื่อของพื้นที่ ทั้งทุเรียน เงาะ และมังคุด วางจำหน่ายจำนวนมาก โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่รอขึ้นเยี่ยมชมปราสาทตาควายและเนิน 350 อย่างคึกคัก ส่งผลให้ผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะมังคุด จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นานหลังเปิดงาน สะท้อนถึงเม็ดเงินที่หมุนเวียนเข้าสู่ชุมชนและโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวชายแดน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ นอกเหนือจากการจำหน่ายผลผลิตผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตออกจำหน่ายด้วยตนเอง สร้างรายได้เพิ่มและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านแหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ณ เวลา 11.00 น. ของวันนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่แล้วมากกว่า 1,500 คน จากโควต้าที่เปิดรองรับจำนวน 2,000 คน เพิ่มขึ้นจากวันแรกของการเปิดพื้นที่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา และคาดว่าตลอดทั้งวันยอดนักท่องเที่ยวจะทะลุ 2,000 คนอย่างแน่นอน

ความสำเร็จของการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวครั้งนี้ ไม่เพียงเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของภาครัฐและกองทัพเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ชายแดนในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังความตระหนักรู้ด้านประวัติศาสตร์และความมั่นคงของชาติได้อย่างยั่งยืน