หน้าแรก ภูมิภาค คุมตัวน้าชาย-...

คุมตัวน้าชาย-พี่สาว น้ององุ่นส่งสถานพินิจ ครู-เพื่อนๆจัดสถานที่เตรียมรับร่าง ไร้เงาพ่อแม่-ญาติ

7.06.26 | 19:04 น.

ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านเรดาร์ พร้อม ครู น.ร. จัดสถานที่เตรียมรับร่าง “น้ององุ่น” ส่วนน้าชายและพี่สาว ถูกนำตัวส่งสถานพินิจฯ แล้ว ไร้เงาพ่อแม่-ญาติ ขณะที่แม่ไม่เชื่อว่าทั้งสองคนก่อเหตุ

 

ความคืบหน้ากรณี ด.ญ.กษมา หรือน้ององุ่น วัย 7 ขวบ นักเรียนโรงเรียน ตชด.บ้านเรดาร์ หายตัวออกจากบ้านพักในพื้นที่บ้านทิโคร่ง หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย. พบร่างของน้ององุ่นนอนเสียชีวิตอยู่ใต้กอไผ่กลางสวนยางพารา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนสอบสวน จนกระทั่งนำมาสู่การจับกุมตัว 2 คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ ประกอบด้วย นายแป๊ะ น้าชาย อายุ 17 ปี และ ด.ญ.กานดา พี่สาวต่างบิดา อายุ 13 ปี โดยเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เป็นที่เรียบร้อย ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันนี้ 7 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาธรรมสังเวชวัดลิเจีย หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี สถานที่จัดตั้งศพน้ององุ่น บรรยากาศการจัดเตรียมสถานที่พบว่า มีเพียง พันตำรวจตรีณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่โรงเรียนตระเวนชายแดนบ้านเรดาร์ คณะครู และนักเรียน ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อเตรียมรับศพ น้ององุ่น ที่จะมีการส่งกลับมาจากสถาบันนิติเวช กทม. โดยไม่มี นายชัย และนางฝน พ่อและแม่ของ น้ององุ่น รวมทั้งญาติ มาร่วมจัดเตรียมสถานที่แต่อย่างใด

โดย พ.ต.ท.ณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านเรดาร์ กล่าวว่า จากการที่ได้พูดคุยกับพ่อแม่ถึงพิธีกำหนดการจัดพิธีศพของน้ององุ่นนั้น ทราบว่า พิธีบำเพ็ญกุศลให้ น้ององุ่น จะจัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน แต่จะไม่มีการสวดพระอภิธรรมตามความเชื่อของชาวมอญ เนื่องจาก น้ององุ่น มีอายุยังไม่ถึง 12 ปี จะมีแค่เพียงการเปิดให้มีการนำพวงหรีด มาแสดงความเสียใจ ไม่มีการสวดพระอภิธรรม โดยพิธีฌาปนกิจกำหนดมีขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 10 มิ.ย.นี้

Advertisement

พร้อมให้ข้อมูลว่า น้องกานดา พี่สาวองุ่นเป็นศิษย์จบการศึกษาแล้วไปเรียนต่อ ชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านท่าดินแดง ส่วน นายแป๊ะ น้าชาย เรียนชั้น ป.6 ที่ โรงเรียน ตชด.บ้านเรดาร์ ในฐานะที่ตนเป็นครูใหญ่โรงเรียน ตชด.บ้านเรดาร์ และเคยสอนทั้งน้ององุ่น รวมถึงน้าชายและพี่สาวของน้ององุ่นมา เมื่อทราบข่าวร้ายดังกล่าว จึงทำให้คุณครู รวมถึงเพื่อนๆเด็กนักเรียนและคนในชุมชนทุกคนรู้สึกกระทบและสะเทือนจิตใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเหตุการณ์ร้ายๆ เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในชุมชนและโรงเรียนของเรามาก่อน เมื่อเหตุการณ์ออกมาแบบนี้จึงทำให้ทุกคนรู้สึกเศร้าไปตามๆ กัน ในฐานะเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน ตชด.บ้านเรดาร์ ขอเป็นตัวแทนของคณะคุณครู และนักเรียนแสดงความเสียใจแสดงความอาลัยและแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคนอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

สำหรับนิสัยใจคอน้าชายของน้ององุ่น อายุ 17 ปีนั้น เขาเป็นคนไม่พูดมาก แต่มีความรับผิดชอบการงานในโรงเรียนที่ได้รับมอบหมายจากครูดีมาก จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานสหกรณ์นักเรียน และในปีนี้หากมีการเลือกประธานนักเรียน ก็คงจะได้รับเลือกก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ เป็นที่เคารพของรุ่นน้อง

ในส่วนของสาเหตุแรงจูงใจที่ก่อนเหตุขึ้นนั้นทางโรงเรียนเองก็ไม่มีใครทราบว่าเกิดจากอะไร การกระทำดังกล่าวอาจจะไม่มีเจตนา แต่ด้วยพยานและหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมี ก็ต้องยอมรับกับความจริง สุดท้ายนี้ในฐานะที่ตนเป็นครูใหญ่ของโรงเรียน ก็อยากจะฝากไปถึงผู้ปกครองทุกคนให้เอาใจใส่บุตรหลานให้ดี สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของน้ององุ่นนั้นทราบว่าผู้ปกครองมีความจำเป็นต้องเดินทางไปประชุมเกี่ยวกับเรื่องการทำมาหากินแล้วปล่อยให้ลูกหลานอยู่ที่บ้าน เมื่อกลับมาก็ยังไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
จนกระทั่งเย็นวันที่ 30 พ.ค.จึงมารู้ว่าลูกสาวหายออกจากบ้าน แต่ด้วยความที่มันไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ผู้ปกครองจึงคิดไปว่าลูกสาวอาจจะเดินทางไปเที่ยวที่บ้านเพื่อนหรือบ้านญาติซึ่งเป็นเรื่องปกติจึงไม่เฉลียวใจ จนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นจึงมารู้ว่าลูกสาวหายตัวไป จึงขอให้ทุกครอบครัวหันมาเอาใจใส่บุตรหลานให้มากขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก” พ.ต.ท.ณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่ รร.ตชด.บ้านเรดาร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.ต.จิรพงศ์ เกิดเรณู สว.(สอบสวน) สภ.สังขละบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้นำตัว นายแป๊ะ อายุ 17 ปี และ ด.ญ.กานดา อายุ 13 ปี ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และฐานร่วมกันซ่อนเร้นหรือย้ายศพ มาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อยื่นคำร้องตรวจสอบการควบคุมตัวเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย

ซึ่งศาลได้ดำเนินการไต่สวนแล้ว มีคำสั่งว่า ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากการสอบถามผู้ร้องและพยานเอกสารของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาจริง เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลาย อันเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับพิจารณาพยานหลักฐาน ประกอบการกระทำมีลักษณะกระทบต่อความสัมพันธ์และจิตใจของบุคคลภายในครอบครัว อันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

เมื่อคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจโดยนักจิตวิทยา จึงเห็นควรส่งตัวเด็กและเยาวชนไปควบคุมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี

ด้าน นางฝน แม่ของน้ององุ่น ซึ่งเดินทางมาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อติดตามคดี ด.ญ.กานดา และ นายแป๊ะ เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังว่า ขณะมาส่งน้องทั้ง 2 คน น้องบอกเองว่าไม่ได้เป็นคนลงมือทำ ซึ่งตนเชื่อว่าอย่างไรน้องทั้ง 2 คนก็ไม่ได้ทำ ทั้งนี้ตนไม่ได้บังคับให้น้องพูด ถ้าทำก็บอกทำ ไม่ต้องกลัวแม่ กลัวพี่ จึงอยากขอความเป็นธรรม ตอนนี้คิดอะไรไม่ออก ตนไม่เชื่อและคนในหมู่บ้านก็ไม่เชื่อว่าเด็ก 2 คนนี้จะทำร้าย น้ององุ่น จนเสียชีวิตดังกล่าวได้

ด้าน ญาติของนางฝน ได้ขอความกรุณาถึงผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กถึงกรณีข่าวน้ององุ่นนั้น บ้างคอมเมนต์ก็รุนแรงมาก บอกให้จำคุกทั้งครอบครัว และบางคอมเมนต์ก็ระบุว่า น้ององุ่นอาจจะไปเห็นพี่สาวกับน้ามีเพศสัมพันธ์กันหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามหากจะเข้ามาคอมเมนต์ในทางที่ไม่ดี ก็อยากให้นึกถึงเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย