หน้าแรก ภูมิภาค สุชาติ สั่งอุ...

สุชาติ สั่งอุทธรณ์คำสั่งอัยการไม่ฟ้องรุกอุทยานสิรินาถ 28 คดี

8.06.26 | 12:25 น.

สุชาติ สั่งนิติกรกรมอุทยานฯ อุทธรณ์คำสั่งอัยการไม่ฟ้องรุกอุทยานสิรินาถ 28 คดี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่ห้องประชุมสถาบันประชารัฐพิทักษ์ทะเลอุทยานแห่งชาติสิรินาถตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) พร้อมด้วย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) และคณะผู้บริหาร นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายยงยุทธ นาควิโรจน์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี, พล.ต.ต.สุรพล บุญมา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่ พร้อมเรียกประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และตรวจราชการจุดสำคัญคือตรวจเยี่ยมที่ทำการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จังหวัดภูเก็ต

เพื่อประชุมติดตามผลการดำเนินคดีบุกรุกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดบางเทา อำเภอถลาง แก้ไขปัญหาป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิดกรณีหาดฟรีด้อม รวมทั้งหาดนุ้ยและปัญหาการบุกรุกสร้างพระใหญ่ ในท้องที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต ตลอดจนปัญหาพื้นที่แนวชายหาดที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวถ่ายภาพได้เฉพาะการเริ่มต้นประชุมประมาณ 10 นาทีเท่านั้น

สำหรับปัญหาในคดีบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอุทยานแห่งชาติสิรินาถที่อยู่ในสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช นั้นตั้งแต่ปี 2555-2568 มีทั้งหมด 113 คดี อยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน 75 คดีและอัยการจังหวัดภูเก็ตสั่งไม่ฟ้อง 28 คดี สำหรับคดีเด่นอุทยานแห่งชาติสิรินาถนั้นประกอบไปด้วยปัญหา สค.1 เลขที่ 283 หมู่ที่ 1 ตำบลสาคู อำเภอถลาง รายนายมานพ หนูหาญและนายชัช สุขขวัญ ที่เจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 โดยกล่าวหาว่าร่วมกันยึดถือครอบครองที่ดินก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมในอุทยานแห่งชาติเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 71 ตารางวา

Advertisement

สำหรับพื้นที่เกิดเหตุนั้นอยู่ด้านหลังอุทยานแห่งชาติสิรินาถด้วยซ้ำไป แม้ว่าอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาปัจจุบัน สค.1 ฉบับนี้คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งเพิกถอนเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2566 และคดีอยู่ระหว่างทำการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ 20 / 2566 ได้สอบปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 มาแล้ว

พร้อมกันนี้คดีในการบุกรุกแปลงดังกล่าวเจ้าหน้าที่รับผิดชอบย้อนดูภาพถ่ายทางอากาศ ไม่มีการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวนี้แต่อย่างใด ผู้ว่าราชการจังหวัดในสมัยนั้นได้จำหน่าย สค.1 เลขที่ 283 นี้ไปแล้ว จึงกลายเป็นคดีอาญาและสค.1 ไม่ได้เป็นเอกสารของทางราชการ และเป็นคดีที่เจ้าหน้าที่สามารถรื้อถอนได้เลยและเป็นกรณีศึกษาที่อัยการสั่งไม่ฟ้องเป็นจำนวนมากทั่วราชอาณาจักร เช่น มีคดีเกี่ยวกับป่าไม้หรืออุทยานรวมทั้งหมด 100 คดี มีสัดส่วนคดีมากถึง 70 คดีที่สั่งไม่ฟ้อง

นอกจากนี้ยังมีคดีของนายจอ ซอวิน แปลงที่ดิน สค.1 เลขที่ 283 รายนายหัว เพ็ชรรัตน์ หมู่ที่ 1 ตำบลสาคู อำเภอถลาง เนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 71 ตารางวาที่อยู่ในทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์แหลมพิศ-ปากบางและพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ , รายนายปราโมช เทพบำรุง และรายนายมานพ บุญหาญ รวมทั้งนางสาวกัลยา เพ็ชรรัตน์ และนางสาวกาญจนา เพ็ชรรัตน์ แปลงที่ดิน สค.1 เลขที่ 283 หมู่ที่ 1 ตำบลสาคู อำเภอถลาง, บริษัทแฟร์แอนด์เฟิร์มจำกัด(พูลแมน) เนื้อที่ 13 ไร่ 1งาน 46 ตารางวา คดีอยู่ระหว่างกระบวนการบังคับคดีให้จำเลยพร้อมบริวารรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินพิพาทตามคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลจังหวัดภูเก็ตบังคับคดี นัดไกล่เกลี่ยจำเลยพร้อมโจทก์ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานบังคับคดีภูเก็ตเวลา 10:00 น.,

บริษัททรีดอลฟินจำกัด(โรงแรมตรีสรา) บุกรุกจำนวน 14 ไร่ 2 งาน 82 8/10 ตารางวา คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ, โฉนดที่ดินเลขที่ 42053 ,48252 ,48253 และ 42054 ตำบลสาคู นายนิคม บำรุงสิน นายอเนก ประชา บริษัทเดอะแฟร์เวย์โฮลดิ้งจำกัด โดยนางชมชนก สุธัมมาและนายแกรแฮมแฟรงค์ บีลบี กรรมการผู้มีอำนาจ ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนโฉนดที่ดินทั้งหมด พิพากษาจำคุกจำเลยที่บุกรุกและมีคำสั่งเพิกถอนที่ดินกลับเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เรียกความเสียหายคืนรัฐได้กว่า 800 ล้านบาท, บริษัทภูเก็ตเพนนินซูล่า สปาแอนด์รีสอร์ทจำกัด ยึดถือครอบครองพื้นที่จำนวน 10 ไร่ 1 งาน 27 ตารางวา ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ, บริษัทเดอะไวท์บีชจำกัดเนื้อที่ 96 ไร่ 2 งาน 70 ตารางวาหรือ 10 แปลง คดีอยู่ระหว่างทำการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษคดีพิเศษที่ 145 / 2558 และคดีของบริษัทเซ็นทรัล แอนด์ ซิตี้ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบเนื้อที่ 24 ไร่ 2 งาน 34.2 ตารางวาเดิมเป็นคดีพิเศษที่ 18 / 2559 อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

ข่าวแจ้งว่า คดีพิเศษที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบดูแลในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถรวมทั้งหมด 13 คดีประกอบไปด้วย

1.คดีพิเศษเลขที่ 106/2557 รายนายภิญโญ เพ็ชรัตน์ และพวก
2. คดีพิเศษเลขที่ 18/2558 รายบริษัททรีดอลฟินซ์ จำกัด -โรงแรมตรีสรา
3. คดีพิเศษเลขที่ 19/2558 รายนางชมชนก สุธัมมา และนายสุรชัย เหล่าสาย
4. คดีพิเศษเลขที่ 60/2558 รายบริษัท พินาเคิล เคป จำกัด
5.คดีพิพิพิเศษเลขที่ 44/2558 รายนายอานุภาพ เวชวานิชสนอง
6. คดีพิเศษเลขที่ 45/2558 รายบริษัท เพนนินซูล่า สปา แอนด์ รีสอร์ท
7. คดีพิเศษเลขที่ 82/2558 รายบริษัทเดอะอันดามัน ไพรเวท บีชจำกัด
8. คดีพิเศษเลขที่ 145/2558 รายบริษัท เดอะไวท์ บีช
9. คดีพิเศษเลขที่ 9/2559 การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ
10. คดีพิเศษเลขที่ 18/2559 รายบริษัทเซ็นทรัล แอนด์ ชิตี้ ดีเวลลอปเม้นทส์ จำกัด
11. คดีพิเศษเลขที่ 67/2559 การออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ โฉนดที่ดินเลขที่ 40378 และโฉนดที่ดินเลขที่ 47182
12. คดีพิเศษเลขที่ 23/2561 รายบริษัททรีดอลฟินซ์-โรงแรมตรีสรา
13. คดีพิเศษเลขที่ 113/2563 รายบริษัทเซ็นทรัล แอนด์ ซิตี้ ดีเวลลอปเม้นทส์ จำกัด

นายสุชาติ กล่าวที่ประชุมว่า กรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องนั้น ทางเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทส.จะต้องพิจารณาต่อไป โดยมอบหมายให้นิติกรของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชไปดูแลเพิ่มเติม เพื่ออุทธรณ์คดีต่อไป เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องมั่นใจว่าเอกสารข้อมูลพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีอยู่นั้นเป็นหลักฐานที่มีความถูกต้อง มั่นคง ครบถ้วน จึงต้องดำเนินการยืนยันอุทธรณ์ต่อไป ยืนยันว่าต้องให้นิติกรดำเนินการเราต้องเชื่อมั่นเพราะเราจะต้องพิทักษ์ป่าพิทักษ์อุทยานแห่งชาติจำเป็นจะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป

หากกรณีต่างๆ ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือในชั้นอัยการสั่งไม่ฟ้อง เราต้องพิสูจน์ได้ว่าใน 28 คดีที่ชัดเจนเลือกมาเป็นกรณีศึกษาหรือว่าคดีตัวอย่างเพื่อนำไปสู่การฟ้องคดีเพิ่มเติมใหม่และเจ้าหน้าที่อย่าไปคิดว่าที่เราอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการคดีจะจบสิ้นเพราะถ้าเรามั่นใจเรามีข้อมูลเอกสารพยานต่างๆ ควรจะดำเนินการอย่าให้เป็นที่สงสัยของประชาชนจึงฝากเรื่องนี้เป็นสำคัญ

ส่วนกรณีบุกรุกครอบครองและสร้างพระใหญ่ หรือพระมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เจ้าหน้าที่ป่าไม้ระบุว่าผู้เกี่ยวข้องมีการกระทำผิดเงื่อนไขมากถึง 17 ข้อจากเงื่อนไขทั้งหมด 21 ข้อ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัด(พศจ.)ภูเก็ตและเจ้าอาวาสวัดกิตติสังฆารามหรือวัดกะตะเดิม ไม่สามารถขออนุญาตดำเนินการได้อีกเป็นเวลา 5 ปีนั้น ปรากฏว่าเมื่อต้นเดือนมีนาคม มีคณะกรรมการวัดและผู้เกี่ยวข้องผู้นำชุมชนได้ประกาศให้ประชาชนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าไปสักการะพระใหญ่ได้ เป็นเวลา 1 เดือน อย่างไรก็ดีในขณะนี้ทราบว่ามีการจัดเก็บเงินในการเข้าไปในพื้นที่แล้ว เจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ตั้งแต่เกิดเหตุและมีการแจ้งความดำเนินคดีการบุกรุกครอบครองพื้นที่สร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ถึง 5-6 รายการ ในพื้นที่ 5 ไร่เศษนั้น ในขณะนี้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ มีการเสนอเรื่องปัญหานี้ไปยังส่วนกลางเพื่อขอคำสั่งอนุมัติ อันเป็นที่สิ้นสุด เนื่องจากกระทำความผิดเข้าข่ายเหมือนกับหาดฟรีด้อม ที่เจ้าหน้าที่จะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆได้เลย