เปิดไทม์ไลน์ สรุปเหตุการณ์ คดียิง ‘ป้อนข้าว’ ดาวติ๊กต็อก เสียชีวิตที่สระบุรี ต่อหน้าลูก มือปืนเป็นอดีตชายคนสนิท ก่อเหตุแล้วหนีไปซุกบ้านแม่ที่โคราช ก่อนปลิดชีพตัวเองหนีความผิด ริมถนนมิตรภาพ
เมื่อเวลา 20.40 น. วันที่ 7 มิถุนายนร.ต.ต.สมบูรณ์ ผ่องพูน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งเหตุยิง มีผู้เสียชีวิต บริเวณริมถนนพหลโยธิน ระหว่างหลัก ก.ม.ที่ 112-113 ฝั่งมุ่งหน้าไปทาง จ.ลพบุรี (สายสระบุรี-ลพบุรี) ท้องที่หมู่ 1 ต.ดาวเรือง อ.เมือง จ.สระบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครกู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง สีขาว ทะเบียนสระบุรี จอดอยู่ริมถนนห่างทางเข้าสถานีบริการน้ำมันไม่มากนัก ที่พื้นถนนฝั่งประตูด้านซ้ายพบศพ น.ส.จุฬาภรณ์ หรือป้อนข้าว อายุ 26 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่ด้านหลังทะลุหน้าอก 1 นัดเสียชีวิต และบริเวณท้ายทอยอีก 1 นัด ซึ่งลูกปืนฝังอยู่ในหัวอีก 1 นัด สภาพศพสวมชุดนอนลายดอก (กางเกง+เสื้อ) สีม่วง นอนหงายศีรษะหันลงไปในทางเท้าใกล้ป้ายสัญญาณจราจร

ด้านข้างรถพบถังบรรจุน้ำมันขนาด 20 ลิตรวางอยู่ ฝาถังน้ำมันเปิดอ้าอยู่ โดยมีสายยางสำหรับสูบน้ำมันด้านหนึ่งห้อยอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุมีผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่าขับรถยนต์กระบะตู้ทึบเป็นพาหนะ ขับมาจอดด้านหลังรถเก๋งผู้ตาย ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด หลังก่อเหตุได้เร่งเครื่องขับหลบหนีไป
ข้อมูลจากนายกล้า แฟนหนุ่มผู้เสียชีวิต ให้การกับชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรีว่า ก่อนเกิดเหตุได้วิดีโอคอลกับ น.ส.จุฬาภรณ์ แฟนสาวบอกกับตนว่าจะขับรถเก๋งจากบ้านพักใน อ.เฉลิมพระเกียรติ โดยมีลูกชายวัย 2 ขวบเศษนั่งมาด้วย เพื่อจะมารอรับน้ำมันเบนซินจากนายสุทัศน์ หรือเบียร์ ผู้ชายที่เคยคบหากัน เติมใส่รถเก๋ง นัดแนะกันตรงจุดที่เกิดเหตุ ได้เตือนภรรยาไปว่าให้ระวังให้ดีนะ น้ำมันที่นำมาเติมให้นั้นแน่ใจหรือว่าดี หากเขานำน้ำมันดีเซลมาเติมใส่ให้รถจะพังได้ จากนั้นก็วางสายไป หลังจากนั้นไม่นานมีคนโทรบอกว่า น.ส.จุฬาภรณ์ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
ชุดสืบสวนเล่าเพิ่มเติมว่า น.ส.จุฬาภรณ์ เป็นคนรูปร่างหน้าตาดี เป็นดาว TikTok มีคนติดตามมากพอสมควร ทำงานเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันชื่อดังแห่งหนึ่งย่าน ต.ห้วยบง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี แต่งงานอยู่กินกับนายกล้า มีลูกชายวัย 2 ขวบเศษ 1 คน แล้วแยกทางกัน ต่อมาหันไปคบหากับนายสุทัศน์ ซึ่งมีอาชีพขับรถบรรทุกน้ำมันในเขต อ.เสาไห้ ได้ระยะหนึ่งก็เลิกรากันไป แล้วหันมาคืนดีกับนายกล้า แต่ระหว่าง น.ส.จุฬาภรณ์คบหากับนายสุทัศน์อยู่นั้น มีเรื่องระหองระแหงกัน น.ส.จุฬาภรณ์ได้นำเรื่องไม่ดีของนายสุทัศน์ไปแฉ ทำให้นายสุทํศน์ถูกนายจ้างไล่ออกจากงานเมื่อ 4-5 วันที่ผ่านมา

ในชั้นนี้จึงสันนิษฐานได้ว่าปมสังหารน่าจะมาจากการหึงหวงที่ น.ส.จุฬาภรณ์รักๆ เลิกๆ แล้วหันไปคืนดีกับแฟนเก่า และอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องที่ผู้ตายนำเรื่องไม่ดีของฝ่ายชายไปแฉจนถูกนายจ้างไล่ออกจากงาน จึงเกิดความแค้น ลวงให้ น.ส.จุฬาภรณ์ออกมารับน้ำมันเบนซินเติมรถเก๋ง แล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงจนถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งร่างผู้เสียชีวิตไปผ่าพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสระบุรี
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ร.ต.ต.สมบูรณ์ ผ่องพูน รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระบุรี เชิญตัวนางสมปอง อายุ 55 ปี แม่ของ น.ส.จุฬาภรณ์ พร้อมญาติเข้ามาสอบปากคำที่ สภ.เมืองสระบุรี
จากการสอบถามญาติทราบว่าอุปนิสัยของป้อนข้าวเป็นคนร่าเริงแจ่มใส ส่วนเรื่องที่ว่ามีการคบซ้อนนั้น ครอบครัวไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ โดยบอกเพียงว่าได้ให้ข้อมูลไว้กับเจ้าหนาที่ตำรวจไว้หมดแล้ว หลังจากนี้ จะไปรับศพที่ รพ.สระบุรี นำศพป้อนข้าวไปบำเพ็ญกุศลที่วัดพุแค ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ส่วนจะตั้งสวดพระอภิธรรมกี่คืนนั้น ต้องรอปรึกษาญาติพี่น้องก่อน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี เผยว่า ตอนนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เนื่องจากทราบว่าแฟน ของผู้เสียชีวิตมีการโทรคุยวีดีโอคอลกันว่าผู้ตายกำลังจะเติมน้ำมันจากถังใส่รถ โดยมีนายเบียร์ ผู้ก่อเหตุ นำมาให้ เนื่องจากมีการนัดกันไว้ว่าจะเอาน้ำมันมาให้ ซึ่งระหว่างที่เติมน้ำมันใส่รถ ผู้ตายก็ยังคุยวิดีโอคอลกับแฟนอยู่ จากนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด โทรศัพท์ของผู้ตายที่คุยอยู่ก็ร่วงหล่นลง ตอนนี้ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายสุทัศน์ (เบียร์) อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว พอทราบข้องมูลบ้างแล้วว่าผู้ก่อเหตุน่าจะหลบอยู่ที่บ้านญาติในพื้นที่ ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ ตรวจจากปลอกกระสุนทราบว่าเป็นขนาด 9 มม.
พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เผยว่า ตอนนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อนำไปขออนุมัติหมายจับศาลในวันนี้ คาดว่าผู้ก่อเหตุกำลังหลบหนีอยู่ งเจ้าหน้าที่อยู่ในระหว่าไล่ล่าติดตาม
ด้าน พ.ต.อ.อิษฏ์ บุญญะฤทธิ์ ผกก.สภ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เผยว่า หลังเกิดเหตุได้เตรียมพร้อมวางกำลังเพื่อติดตามสกัดจับกุม เนื่องจากสืบทราบว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้มีภูมิลำเนาและครอบครัวอยู่ในพื้นที่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา โดยมีมารดาอาศัยอยู่ที่ ต.มะเกลือใหม่ ตำรวจ สภ.สูงเนินเตรียมพร้อมกำลังพลและกระจายกำลังเฝ้าติดตามจุดเสี่ยงตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เพราะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าคนร้ายน่าจะขับรถหลบหนีมุ่งหน้ามาที่บ้านมารดา
กระทั่งเวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นรถยนต์ต้องสงสัยของคนร้ายขับเข้ามาในพื้นที่และพยายามเร่งความเร็วขับหลบหนีอย่างมีพิรุธ ชุดจับกุมจึงขับรถไล่ติดตามอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีข้อมูลเตือนภัยล่วงหน้าว่าคนร้ายมีอาวุธปืนติดตัว โดยตำรวจตั้งใจใช้ยุทธวิธีเพื่อเป้าหมายในการ “จับเป็น” มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

แต่ระหว่างไล่ติดตามอยู่นั้น รถของคนร้ายเกิดเสียหลัก และในเสี้ยววินาทีนั้นเองคนร้ายได้ตัดสินใจใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวลั่นไกยิงตัวเองเพื่อหนีความผิด จนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ริมถนนมิตรภาพ ช่วงกิโลเมตรที่ 112 ต.มะเกลือเก่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา
จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่พบว่า ก่อนคนร้ายตัดสินใจจบชีวิต ได้โทรศัพท์ไปหาญาติพี่น้องเพื่อร่ำลาล่วงหน้า โดยระบุว่ารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างหนักกับสิ่งที่ได้ก่อไว้ที่ จ.สระบุรี พร้อมฝากคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายเอาไว้กับทางญาติว่า “ในงานศพของเขา ช่วยบวชให้ด้วยนะ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติของนายสุทัศน์เดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุแล้ว อยู่ในอาการตื่นตระหนกและโศกเศร้า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา แพทย์เวรนิติเวช และเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานร่วมกันชันสูตรพลิกศพและตรวจสอบพยานหลักฐานในพื้นที่อย่างละเอียด เพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายเป็นไปด้วยความโปร่งใสและสิ้นสงสัยในทุกประเด็นต่อไป


