หน้าแรก ภูมิภาค ร่างน้ององุ่น...

ร่างน้ององุ่นถึงวัด แม่-ญาติร่วมงาน ไร้เงาพ่อ ตำรวจไม่เชื่อ น้าชาย-พี่สาว ลงมือลำพัง

8.06.26 | 20:00 น.

ร่างน้ององุ่นถึงวัด เตรียมฌาปนกิจ แม่-ญาติร่วมงานไร้เงาพ่อ ครูประจำชั้นเผย นายแป๊ะ เป็นคนดี ตั้งใจเรียนมีจิตอาสา ฝากผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน ด้าน ผอ.รับเสียใจ กำชับครู ดูแลนักเรียนใกล้ชิด ป้องเกิดเหตุรุนแรงในครอบครัว ตำรวจไม่เชื่อ น้าชาย-พี่สาว ลงมือลำพัง

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ที่ น้ององุ่น อายุ 7 ปี นักเรียนชั้น ป.1 โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเรด้าร์ ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่ถูก นายแป๊ะ น้าชาย วัย 17 ปี และ พี่สาวต่างบิดา วัย 13 ปี ทำร้ายจนเสียชีวิต ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบสวนจนนำมาสู่การจับกุมตัวและส่งฟ้องศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่เมื่อช่วงค่ำของวันเดียวกันศพ น้ององุ่น ได้เดินทางจากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ มาถึงวัดลิเจีย

บรรยากาศที่ศาลาธรรมสังเวช วัดลิเจีย ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพ น้ององุ่น เป็นไปอย่างเงียบเหงา มีเพียงคุณแม่ ญาติๆ และเพื่อนบ้าน ประมาณ 30 คน มาร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัว โดยมีการนั่งจับกลุ่มคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่บริเวณหน้าโลงศพของน้ององุ่นมีการนั่งภาพถ่ายและตุ๊กตา ที่น้องชื่นชอบมาวางไว้ข้างๆ โลงศพ การจัดสถานที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย ไม่มีการจัดดอกไม้ตกแต่งแต่อย่างใด

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร.พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบ.ตชด. พล.ต.ต.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผบก.ตชด.ภาค 1 ได้ส่งตัวแทนมามอบพวงหรีด เพื่อแสดงความเสียใจกับครอบครัว โดยมี พ.ต.ท.ณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่โรงเรียน ตชด.บ้านเรด้าร์ และคณะครู คอยให้ความช่วยเหลือในการจัดเตรียมสถานที่และพิธีการต่างๆ ซึ่งจะเปิดให้ส่วนราชการ ประชาชน ร่วมแสดงความเสียใจและอาลัยต่อการจากไปของน้ององุ่น ได้ตั้งแต่วันที่ 8-9 มิถุนายน นี้ โดยในงานจะไม่มีการสวดพระอภิธรรม เหมือนงานศพทั่วไป เนื่องจากเป็นความเชื่อและประเพณีปฏิบัติของครอบครัว ซึ่งเป็นชาวมอญ ที่จะไม่มีการสวดพระอภิธรรมในกรณีผู้เสียชีวิตอายุน้อยกว่า 12 ปี และเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติ โดยกำหนดพิธีฌาปนกิจ ในช่วงเวลา 15.00 น. ของวันที่ 10 มิถุนายน 2569 นี้ ที่ฌาปนสถานวัดลิเจียแห่งนี้

สำหรับบรรยากาศในโรงเรียน ตชด.บ้านเรด้าร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่น้ององุ่น และนายแป๊ะ น้าชาย กำลังศึกษาอยู่ เป็นไปตามปกติ เพื่อนๆ ของเด็กทั้ง 2 คน รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Advertisement

ด.ต.หญิง กาญจนา ทองเนตร ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติ น้ององุ่น เป็นเด็กน่ารัก มีนิสัยร่าเริง คุยเก่ง ตั้งใจเรียน เป็นที่รักของเพื่อนๆ และมีความซุกซนตามวัย ตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงอยากให้ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่บุตรหลานให้ใกล้ชิดและคอยตักเตือนถ้าพบเห็นการเล่นที่รุนแรง เสี่ยงจะเกิดอันตราย

ด้าน ด.ต.ชูเกียรติ คงศรี ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ปกติ นายแป๊ะ เป็นเด็กที่เงียบขรึม ไม่ค่อยพูด มีผลการเรียนที่ดี เนื่องจากเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน มีจิตใจอาสา ช่วยเหลืองานโรงเรียนและคุณครูเสมอมา เช่นการประกอบอาหารเลี้ยงเด็กบ้านไกลที่มาพัก กินนอนที่โรงเรียน เนื่องในช่วงการเรียน แป๊ะจะมาพักอยู่ที่บ้านพักของโรงเรียน เป็นกำลังสำคัญของครูในการช่วยดูแลน้องๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว หรือมีเรื่อทะเลาะวิวาทกับเพื่อนๆ มีแต่คอยช่วยเหลือเพื่อนๆ และน้องๆ แป๊ะจึงเป็นที่รักของครู เพื่อนๆ และน้องๆ ในโรงเรียน

เช่นเดียวกับเพื่อนชาย-หญิง ของน่ายแป๊ะ ที่พูดตรงกันว่า นายแป๊ะ เป็นคนดี ตั้งใจเรียน ชอบช่วยเหลือเพื่อน เวลาทำการบ้านไม่ได้แป๊ะจะช่วยสอน ช่วยแนะนำเสมอ รู้สึกตกใจที่เห็นข่าว และไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนจะเป็นคนทำ

ด้าน พ.ต.ท.ณรงค์ หุ้มขาว ครูใหญ่ฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเสียใจต่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนักเรียนทั้ง 3 คน ซึ่งล้วนเป็นลูกศิษย์ของครู โดยเฉพาะ นายแป๊ะ ที่คอยช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียนตลอดมา รวมทั้งเป็นประธานสหกรณ์ร้านค้าของโรงเรียน ซึ่งหากไม่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ แป๊ะน่าจะได้รับเลือกจากเพื่อนๆ และน้องๆ ให้รับตำแหน่งประธานนักเรียน ในปีการศึกษา 2569 นี้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้กำชับให้ครูทุกคน เพิ่มความเอาใจใส่นักเรียนของตนเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาในครอบครัว เช่น พ่อแม่หย่าร้าง ครอบครัวที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงในครอบครัว กำชับให้ครูให้คำแนะนำผู้ปกครองเรื่องการดูแลบุตรหลาน ในการเสพสื่อที่แสดงออกถึงการใช้ความรุนแรง โดยนำเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่าง

ส่วนความคืบหน้าของคดี จนท.ชุดสอบสวนฯ จะเดินทางไปยังสถานพินิจจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอสอบน้องทั้ง 2 คนเพิ่ม เนื่องจากไม่เชื่อว่าทั้ง 2 จะทำเพียงลำพัง อาจมีใครบางคนให้คำแนะนำ ช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายศพ