ที่ดินโคราชเดินหน้า รังวัดพื้นที่โบราณสถาน ‘โคกปราสาท’ หลังมท.2 สั่งสางปมพิพาทยืดเยื้อกว่า 4 ปี แฉผู้บุกรุกอ้างมีสค.1 ห้ามชาวบ้านใช้ประโยชน์
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาอำเภอจักราช ได้ลงพื้นที่ หมู่ 14 ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา เพื่อรังวัดตรวจสอบแนวเขต และออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง(น.ส.ล.) ซึ่งเป็นเอกสารหลักฐานที่รัฐออกเพื่อแสดงแนวเขตที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ บริเวณพื้นที่ “โบราณสถานโคกปราสาท” ที่เป็นที่สาธารณะในเขต สปก.นครราชสีมา แปลง 1129/7 เนื้อที่ 110-0-05 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรังวัดที่ดินดังกล่าว เป็นความคืบหน้าหลังจาก วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในข้อพิพาทพื้นที่โบราณสถานซึ่งชาวบ้านเรียกร้องให้คืนพื้นที่กลับเป็นสมบัติของแผ่นดิน หลังถูกครอบครองโดยกลุ่มบุคคล สร้างที่พักสงฆ์เป็นเวลานาน ก่อนหน้านี้มีการรื้อถอนศาลาปฏิบัติธรรมที่ก่อสร้างทับองค์ปราสาทออกแล้ว แต่กลุ่มผู้บุกรุก กลับอ้างเอกสารที่ดิน สค.1 ห้ามประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่โบราณสถาน เกิดเป็นข้อพิพาทขัดแย้งกันมาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

สำหรับการรังวัดครั้งนี้ ถือเป็นการรังวัดครั้งที่ 7 ในตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาของที่ดินแปลงนี้ เนื่องจากมีผู้อ้างสิทธิครอบครองที่ดินรังวัดขอออกโฉนด , การรังวัดที่โบราณสถานของกรมศิลปากร , การรังวัดยืนยันแนวเขตของ สปก.นครราชสีมา และการรังวัดกำหนดเขตที่ดินสาธารณประโยชน์เพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง(นสล.) โดยครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชิญผู้สูงอายุ ตั้งแต่อายุ 70 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะ ตายอด อายุ 99 ปี เพื่อมายืนยันการเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ชาวบ้านอุทิศให้เป็นเขตโบราณสถานปราสาทหินบ้านหลุ่งตะเคียน(โคกปราสาท)

น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ชาวบ้านยังคงเดินหน้าเรียกร้องให้กรมศิลปากรและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกอย่างเด็ดขาด เพื่อพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีของลูกหลานในอนาคต ไม่ใช่ปล่อยให้ตกเป็นสมบัติส่วนบุคคลของใครคนใดคนหนึ่ง



