หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายประม...

เครือข่ายประมงพื้นบ้าน ยื่นหนังสือนายกฯ เสนอแก้ไขปัญหาปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากรทะเลอย่างเป็นธรรม

9.06.26 | 15:24 น.

เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน กว่า 400 คน เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ “ยศชนัน” ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เสนอขอให้แก้ไขปัญหาชาวประมงพื้นบ้าน ปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างเป็นธรรม พ.ศ. 2569

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน 16 จังหวัด กว่า 400 คน นำโดยนายปิยะ เทศแย้ม นายกสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยเดินทางมายังศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ ประธานคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อประสงค์เสนอขอให้แก้ไขปัญหาชาวประมงพื้นบ้าน ปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากรประมงทะเลอย่างเป็นธรรม พ.ศ. 2569

สำหรับข้อเสนอดังกล่าว ทางเครือข่ายฯ เล็งเห็นว่า รัฐบาลควรมีนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตร ด้วยการส่งเสริมการประมงที่สร้างผลผลิตทางการประมงที่มีคุณภาพสูง สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้หลายแสนล้านบาทต่อปี ขณะที่ประเทศไทยมีชาวประมงพื้นบ้านมากกว่า 80% ของชาวประมงทั้งหมดในพื้นที่มากกว่า 3,700 ชุมชน อย่างไรก็ตามยังคงประสบปัญหาหนักหลายประการ ที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน จึงได้ยื่นหนังสือเพื่อเสนอแก้ไขปัญหาและส่งเสริมให้ชาวประมงพื้นบ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทยในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 5 กลุ่ม ดังนี้

(1) กลุ่มปัญหาด้านต้นทุน และปัจจัยพื้นฐานชาวประมงพื้นบ้าน (เร่งด่วน) ได้แก่ 1) ขอให้สนับสนุนน้ำมันเรือราคาต่ำแก่ประมงพื้นบ้าน 2) ขอให้จัดการระบบขึ้นทะเบียนชาวประมงพื้นบ้านที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย 3) ขอให้สนับสนุนอู่ (คาน) เรือประมงพื้นบ้าน 1 ตำบล/1 อู่ เพื่อใช้ซ่อมสร้างเรือประมงพื้นบ้าน 4) ขอให้สนับสนุนการสร้างท่าเทียบเรือประมงพื้นบ้านตามรูปแบบที่เหมาะสมกับแต่ละชุมชนเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต 5) ขอให้แก้ไขปัญหากรณี ระเบียบ กฎ กระทรวงคมนาคม สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ บ้านริมทะเล-ริมน้ำ ที่เป็นของชุมชนท้องถิ่น 6) ขอให้แก้ไขระเบียบการจดทะเบียนเรือประมงพื้นบ้านให้สอดคล้องกับเรือขนาดเล็ก, ศูนย์ตรวจเรือประมงพื้นบ้านระดับชุมชน 7) ขอให้แก้ไขปัญหา ที่พักค้างชั่วคราว, ที่อยู่อาศัย, และประมงพื้นบ้านในเขตอุทยานแห่งชาติ

(2) กลุ่มปัญหาด้านคุณภาพชีวิต สิทธิ และเศรษฐกิจชุมชนประมงพื้นบ้าน ได้แก่ 1) ขอให้ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนประมงพื้นบ้าน เพื่อเพิ่มรายได้เสริมในภาคชุมชน 2) ขอให้สนับสนุนการจัดการพื้นที่ทางทะเลโดยชุมชน เพื่อรักษาอนุรักษฟื้นฟูและใช้ประโยชน์จากทะเลที่เป็นปัจจัยการผลิต ในรูปแบบเขตการจัดการ แบบ LMMAs, OECMs 3) ขอให้สนับสนุนโครงการด้าน วัสดุ อุปกรณ์ อาคาร รวมถึงพัฒนาการแปรรูป การตลาด และมาตรฐาน เพิ่มโอกาสและมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4) ขอให้สนับสนุนโครงการโรงเรียนประมงพื้นบ้านภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อศักยภาพและการ ถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาการประมงที่ยั่งยืน 5) ขอให้แก้ไขปัญหา อวนสำหรับประมงพื้นบ้าน ที่มีความคงทน มีคุณภาพ และรับผิดชอบ สิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมระบบสหกรณ์อวนประมงพื้นบ้าน , ศูนย์ซ่อมอวนชุมชน 6) แก้ไขปัญหาแหล่งเพาะเลี้ยงทางทะเลขนาดใหญ่

Advertisement

(3) กลุ่มปัญหาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมง ในอำนาจฝ่ายบริหาร ได้แก่ 1) ขอให้เร่งรัดติดตามความคืบหน้าการวิจัยปลาหลังเขียวในอ่าวประจวบ 2) ขอให้กำกับควบคุมการใช้อวนรุนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์น้ำและประมงพื้นบ้าน 3) ขอให้เร่งรัดกระบวนการอนุมัติ ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดห้ามทำเครื่องมือประมงอวนลาก ในทะเลจังหวัดกระบี่ 4) ขอให้มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุ้มครองสัตว์น้ำวัยอ่อน ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นการกำหนดอัตราการจับสัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนโดยบังเอิญ ควบคู่กับการกำหนดชนิดและขนาดสัตว์น้ำตามมาตรา 57 โดยเริ่มจากสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ปลาทู ปลาลัง ปลากุเลา ปลาอินทรี ปลาจะละเม็ด ปลาสาก ปลาหลังเขียว ปูม้า ปลากระบอก ปูดำ ปลาขี้ตัง หมึกปลาเก๋า กุ้งก้ามกราม เป็นต้น ต้องมีการกำหนดชนิดและขนาดหรือวัย ของสัตว์น้ำเศรษฐกิจสำคัญ ๆ

(4) กลุ่มปัญหาผลกระทบจากอุตสาหกรรมการประมงไทยต่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ได้แก่ 1) ขอให้อุดหนุนเรือประมงที่เน้นผลผลิตประมงแยกตามรายชนิดพันธ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ 2) ขอให้แก้ไขระบบการให้โควตาการจับสัตว์น้ำ เป็นน้ำหนักจริง 3) ขอให้ติด VMS ติดตามเรือประมง 10 – 30 ตันกรอส ในกลุ่มเรือที่ใช้เครื่องมือประมงประสิทธิภาพสูง เช่น อวนลาก เรือคราดหอย เรือปั่นไฟกะตัก 4) ขอให้ยกเลิกการใช้เครื่องมืออวนลากคู่ และส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมง

(5) กลุ่มปัญหา ความท้าทาย และปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ 1) ปัญหาผลกระทบจากภัยธรรมชาติจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ 2) ขอให้มีนโยบายจัดการขยะทะเลเป็นวาระสำคัญของประเทศ 3) ขอให้ระงับการเสนอกฎหมายระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ 4) ขอให้ยกเลิกโครงการแลนบริดจ์ และ 5) ขอให้แก้ไขปัญหาประมงพื้นบ้าน ในทะเลใกล้พรมแดน ไทย – พม่า (จ.ระนอง) ไทย-มาเลเซีย

โดย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้แทนเข้ารับหนังสือ โดยมีนายเจริญ โอมณี ประมงจังหวัดสงขลา พันเอก ธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา นางสาวนภพร เกษรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา นายอภิรักษ์ ทิมมณี ป้องกันจังหวัดสงขลา ร่วมหารือกับตัวแทนชาวบ้าน

นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้แทนรับหนังสือในครั้งนี้ โดยจังหวัดสงขลาเข้าใจและตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดี พร้อมยืนยันว่าจะรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอที่ได้รับ เพื่อนำเสนอไปยังนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป