หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่ม โมโห แฟ...

หนุ่ม โมโห แฟนสาวหนีลงรถขอพลเมืองดีช่วย ขับเก๋งไล่ชนจยย. เสียชีวิต 2 ศพ 

10.06.26 | 08:06 น.

หนุ่ม โมโห แฟนสาวหนีลงรถขอพลเมืองดีช่วย ขับเก๋งไล่ชนจยย. เสียชีวิต 2 ศพ 

 


เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลา 02.05 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ได้รับแจ้งอุบัติเหตุ รถเก๋งชนกับ จยย. บริเวณถนนทุ่งโพธิ์ -ท่าสว่าง อ. เมือง จ. สุรินทร์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย จึงร่วมตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. เมืองสุรินทร์ และแพทย์เวร รพ. สุรินทร์

ในที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีดำ ทะเบียนสุรินทร์ สภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ถุงลมนิรภัยแตกทั้งสองข้าง คนขับได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบ จยย. ทะเบียนสุรินทร์ สภาพพังยับเยิน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย และชาย (พลเมืองดี) ผู้ขับขี่ จยย. ได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากกระเด็นไปชนกับรถอีกคันที่จอดอยู่ข้างทาง และรถก็ได้รับความเสียหายยับเยินเช่นกัน อาสาสมัครกู้ภัยสุรินทร์จึงเร่งนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ. สุรินทร์ แต่คนขี่ จยย. พลเมืองดี ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนชายที่ขับรถเก๋งอยู่ในการดูแลของแพทย์

Advertisement

ร.ต.อ. พรชัย คงอุตส่าห์ รอง สว. สอบสวน สภ. เมืองสุรินทร์ นำกล้องในรถเก๋งและกล้องหน้ารถมาตรวจสอบรีบแจ้งไปยัง รพ. สุรินทร์ และ พล.ต.ต. สุคนธ์ ศรีอรุณ ผบก. ภ. จว. สุรินทร์, พ.ต.อ. เอกพงษ์ พลมณี ผกก. สภ. เมืองสุรินทร์ ให้ทราบ พร้อมให้อายัดตัวคนขับรถเก๋งที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ เนื่องจากคลิปและเสียงระบุแน่ชัดว่าเป็นการจงใจชนผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย

ต่อมาทราบชื่อ-สกุลผู้ก่อเหตุ อายุ 32 ปี ชาว ต. นอกเมือง อ. เมือง จ. สุรินทร์(แต่ทะเบียนราษฎร์เป็นคน จ. อุบลราชธานี)

ส่วนผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ ชายพลเมืองดีผู้ขับขี่ จยย. อายุ 28 ปี ชาว ต.โพนทราย อ.โพนทราย จ. ร้อยเอ็ด และหญิง อายุ 32 ปี ชาว ต.เฉนียง อ.เมือง จ.สุรินทร์ คนซ้อน จยย. ซึ่งเป็นแฟนของคนขับรถเก๋งผู้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุและหญิงผู้เสียชีวิตเป็นแฟนกัน ได้มีปากเสียงทะเลาะกันในรถเก๋ง พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบแกะคลิปภาพพร้อมขยายผลจนทราบว่า ฝ่ายหญิงเป็นแคชเชียร์อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ. สุรินทร์ จึงไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด พร้อมสอบถามหัวหน้าแผนกของผู้เสียชีวิต

กล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ก่อเหตุมาหาผู้เสียชีวิต เดินมาคู่กันเพื่อให้ผู้เสียชีวิตส่งเงินที่ออฟฟิศ โดยยืนรออยู่ด้านนอก ก่อนเดินออกไปพร้อมกัน แล้วขึ้นรถเก๋งของผู้เสียชีวิตไปด้วยกัน โดยผู้เสียชีวิตเป็นคนขับ แล้วออกจากโรงแรมไป

จากคลิปภาพและเสียงในรถพบว่า ผู้ก่อเหตุพยายามจะมาง้อขอคืนดี และจะไปกินข้าวหลังเลิกงาน จากนั้นมีการจอดรถคุยกัน ทะเลาะกันอย่างหนัก มีเสียงผู้เสียชีวิตร้องซึ่งคาดว่าจะถูกทำร้าย ผู้ก่อเหตุพยายามให้ผู้เสียชีวิตกระทำการอย่างหนึ่ง แต่ก็ถูกปฏิเสธ จนผู้ก่อเหตุเกิดโมโหอย่างรุนแรง บังคับให้ขับรถไปเรื่อย ๆ

แต่เมื่อออกมาได้สักระยะ ผู้เสียชีวิตตัดสินใจจอดรถ แล้วกระโดดลงจากรถวิ่งหนีทันที เพื่อขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี ซึ่งขี่ จยย. ผ่านมาพอดี พลเมืองดีเห็นผู้หญิงวิ่งมากลางถนนและตะโกนขอร้องให้ช่วยพาหลบหนีเพราะถูกทำร้าย ด้วยความเป็นพลเมืองดีจึงให้ขึ้นซ้อนท้ายเพื่อจะไปส่งในเขตเทศบาล

แต่ผู้ก่อเหตุได้เปลี่ยนที่นั่งมาขับรถเก๋งไล่ตามจยย. ซึ่งภาพจากกล้องในรถพบว่าผู้ก่อเหตุขับรถด้วยความเร็วสูงถึง 140 กม./ชั่วโมง แม้ว่าจะเป็นเขตชุมชนก็ตาม และเมื่อไล่ตามมาทัน ก็พุ่งชน จยย. ของพลเมืองดีที่มีฝ่ายหญิงนั่งซ้อนท้ายอยู่อย่างรุนแรง จนทำให้ทั้งสองเสียชีวิต รวมถึงรถเก๋งสีขาวจอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายด้วย

จากการตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ก่อเหตุเคยถูกแจ้งว่าทำร้ายร่างกายแฟนสาวมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะแยกกันอยู่ ตำรวจเชื่อว่ามูลเหตุเกิดจากความหึงหวง แต่ที่น่าสลดใจคือ พลเมืองดีที่ผ่านมาประสบเหตุและให้การช่วยเหลือ ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้