หน้าแรก ภูมิภาค ลูกค้าแจ้งควา...

ลูกค้าแจ้งความแล้ว 16 ราย ร้านก๋วยเตี๋ยวใส่ผงปริศนาที่เก็บจากถังขยะ อีก 7 วันรู้ผลตรวจสารเจือปน

10.06.26 | 13:57 น.

ลูกค้าแจ้งความแล้ว 16 ราย ร้านก๋วยเตี๋ยวใส่ผงปริศนาที่เก็บจากถังขยะ ตร.เร่งสอบปากคำตั้งใจหรือประมาท อีก 7 วันรู้ผลตรวจสารปนเปื้อน ด้านรพ.อุดรฯ แจงแอดมิต 12 ราย จากภาวะออกซิเจนในเลือดตกฉับพลัน ล่าสุดปลอดภัยแล้ว

จากกรณีลูกค้ากินก๋วยเตี๋ยวร้าน “ก๋วยเตี๋ยวยายปัน” จ.อุดรธานี เกิดอาการอาหารเป็นพิเษ ต้องหามส่งโรงพยาบาล 13 คน ผู้ที่มีอาการเล็กน้อยแพทยให้กลับบ้านได้ แต่อีก 8 คนต้องนอนโรงพยาบาล ต่อมาจนท.สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี และตำรวจ เข้าตรวจสอบ เจ้าของร้านอ้างว่า ลูกชายนำเกลือที่เก็บมาจากถังขยะมีสีเหลืองมาให้ และได้นำเกลือมาปรุงหม้อก๋วยเตี๋ยว พบว่าลูกสาวและลูกค้าที่กินมีอาการต่างกัน จึงเก็บเกลือไปตรวจสอบหาสารเจือปน ขณะที่ชายผู้มีอาการหนักได้เข้าแจ้งความที่โรงพัก เพื่อให้เจ้าของร้านรับผิดชอบ ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

หามส่งรพ. 13 ราย ร้านก๋วยเตี๋ยว สุดชุ่ย ใส่ผงปริศนา เก็บจากกองขยะ อ้างคิดว่าเกลือ

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่จ.อุดรธานี ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวยายปัน” พบร้านอาหารที่มุงด้วยสังกะสี ตั้งอยู่บริเวณปากซอยร่มเกล้า 10 ขายก๋วยเตี๋ยว อาหารตามสั่ง และลาบก้อย แต่วันนี้ปิดร้านไม่ขาย ส่วนอุปกรณ์ถ้วยจานยังวางอยู่ที่เดิม ตู้แช่ล็อกด้วยโซ่ ถังน้ำแข็งใส่กุญแจไว้ จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ยายปัน และญาติ ปิดร้านและไปเยี่ยมลูกสาวที่โรงพยาบาล ส่วนบ้านนายวิเชียร ซึ่งอยู่ห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวประมาณ 150 เมตร ที่ถูกระบุว่าเก็บถุงเกลือมาจากถังขยะ นายสินชู ลูกชายยายปันขโมยเอาถุงเกลือไปทั้งที่สั่งห้าม ก็ปิดบ้านเงียบไม่มีใครอยู่

ทางด้านคดีความ พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องต้นหลังจากได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของผู้ที่มีอาการสาหัส หลังจากรับประทานก๋วยเตี๋ยว มีอาการอาเจียน วิงเวียน ท้องร่วง จึงได้สั่งการให้ตำรวจสืบสวนสอบสวน ลงพื้นที่หาสาเหตุ เบื้องต้นทราบว่า ลูกชายของยายปันติดสุรา ไปเอาวัสดุคล้ายเกลือมาให้แม่ปรุงอาหารแล้วเกิดเหตุ ต้องดู 2 ประเด็นว่าตั้งใจหรือไม่ ถ้าไม่ได้ตั้งใจก็เป็นเรื่องความประมาทเลินเล่อ สารพิษที่เจือปนในเกลือ อาจจะทำอันตรายถึงชีวิตได้ ต้องรอดูผลที่สาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ส่งเกลือไปให้โรงพยาบาลรามาธิบดีตรวจสอบว่ามีสารตัวใดเจือปน

Advertisement

“สรุปมีผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด 16 ราย มีคนมาแจ้งความ 16 ราย ยังมาให้ปากคำไม่ครบ อาการหนักเข้าไอซียู 4 ราย พ้นขีดอันตรายแล้ว ไม่มีผู้เสียชีวิต ซึ่งจะทราบผลว่าเป็นสารชนิดใดประมาณ 7 วัน ตอนนี้ได้สอบปากคำผู้เสียหาย พยานแวดล้อม ตามที่ยายปันและลูกชายกล่าวอ้างถึง และเป็นพยานที่ตำรวจรวบรวมเองด้วย ตอนนี้ได้ระดมพนักงานสอบสวนให้สอบปากคำเพื่อความรวดเร็ว” พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ กล่าว

วันเดียวกันที่ สภ.เมืองอุดรธานี น.ส.จิรัชยา อายุ 25 ปี ลูกสาวของนางสีนวล อายุ 49 ปี หนึ่งในผู้ป่วยจากเหตุการณ์นี้ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.ธนวัฒน์ ทองวิลัย สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อเอาผิดต่อผู้ก่อเหตุ ก่อนเผยว่า บ้านตนห่างจากร้านก๋วยเตี๋ยวประมาณ 200 ม. แม่กับตนเป็นลูกค้าประจำ วันเกิดเหตุตนออกไปทำงาน แม่อยู่บ้านเลี้ยงหลาน ช่วงบ่ายแม่วิดีโอคอลไปหา บอกว่าไปกินก๋วยเตี๋ยวมา แล้วมีอาการเวียนหัว คิดว่าคงเกิดจากโรคประจำตัวคือโรคไทรอยด์ แต่อาการหนักขึ้น เพราะหัวใจเต้นเร็ว สายตาพล่ามัว

ตนเห็นท่าไม่ดีก็รีบกลับบ้าน แม่บอกว่าเจ้าของร้านก็มีอาการเหมือนกัน ก็คิดว่าน่าจะเกิดจากก๋วยเตี๋ยวก็ได้ จะพาไปอนามัยตนก็กลัวไม่ทัน จึงโทรบอกญาติมาช่วย

เมื่อเห็นว่าแม่อาการหนักขึ้น ตนจึงโทรบอกกู้ชีพฯมาช่วยเหลือ แต่ก็ได้รับแจ้งว่ามีรถบริการไม่เพียงพอ คิดว่าคงจะออกมารับผู้ป่วยจากเคสนี้เหมือนกัน ให้รออีกสักพัก ระหว่างรอแม่ก็แย่ลงอีก มีอาการเกร็ง ในมือกำยาดม และกำมือตนจนแน่น แล้วแม่ก็เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่อง ตาลอย ตนจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน นำรถยนต์พาแม่ไปส่ง รพ.อุดรธานีทันที เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอบอกว่าแม่มีอาการสารพิษในเลือดสูง ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ เช้าวันนี้แม่เริ่มดีขึ้น พูดจาได้แล้ว แต่ยังเหนื่อย มีเลือดขึ้นในลูกตา ต้องดูอาการในห้อง ICU

น.ส.จิรัชยา เล่าทั้งน้ำตาเพิ่มเติมว่า เห็นแม่ตอนแรกตกใจและทำตัวไม่ถูก ไม่เคยเห็นแม่เป็นแบบนี้มาก่อน อยากให้มีคนรับผิดชอบ มันเป็นชีวิตคนทั้งคน แม่เป็นทุกอย่างของเรา ถ้าวันหนึ่งแม่เป็นอะไร เราก็เหมือนล้มไปเลย อยากให้มีการเยียวยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ด้านแพทย์หญิงศรีสุดา ทรงธรรมวัฒน์ ผอ.รพ.อุดรธานี กล่าวว่า มอบให้รองผู้อำนวยการที่เกี่ยวข้อง สรุปข้อมูลเพื่อรายงาน สสจ.อุดรธานี และผู้บริหารระดับกระทรวง ยืนยันว่าได้กำชับให้ติดตามอาการของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาทั้งหมด ส่วนการตรวจหาสารปนเปื้อน เป็นอำนาจหน้าที่ของทาง สสจ.อุดรธานี

ต่อมารพ.อุดรธานี ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า เหตุการณ์กลุ่มผู้ป่วยอาหารเป็นพิษและมีภาวะออกซิเจนในเลือดตกฉับพลัน (Cyanosis) จำนวน 12 ราย ผู้ป่วยทุกรายได้รับการรักษาพยาบาลที่ปลอดภัยแล้วและเตรียมตัวจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน เบื้องต้นแบ่งเป็นผู้ป่วยวิกฤต (CU) จำนวน 2 ราย ตอนนี้อาการดีขึ้น แพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจ (Extubation) ออกแล้วทั้ง 2 ราย ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี สัญญาณชีพปกติ หายใจได้เอง (Room air O2 sat 100%) และเตรียมย้ายลงหอผู้ป่วยสามัญ

มีผู้ป่วยในหอผู้ป่วยสามัญ จำนวน 8 ราย ผู้ป่วยทุกรายอาการคงที่ รู้สึกตัวดี ไม่มีภาวะผิวหนังเขียวคล้ำ (No Cyanosis) ระดับออกชิเจนกลับสู่ภาวะปกติ ทุกรายตอบสนองต่อการรักษาตามมาตรฐานเป็นอย่างดี อาการผู้ป่วยโดยรวมดีขึ้นเป็นอย่างมาก และแพทย์ได้วางแผนเตรียมจำหน่ายกลับบ้าน ผู้ป่วยที่จำหน่ายแล้ว จำนวน 2 ราย อนุญาตให้กลับบ้านตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 9 มิถุนายน และมีการติดตามต่อเนื่องอย่างใกล้ชิด หลังจากออกจากโรงพยาบาล

ทางด้านสำนักงานสาธารณสุข จ.อุดรธานี ได้ส่งหนังสือชี้แจงด่วนต่อสื่อมวลชนเช่นกัน แต่ยังไม่มีผู้บริหารออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ข้อมูลผู้ป่วยและอาการเป็นไปตามที่ รพ.อุดรธานี ได้ส่งหนังสือแถลงการณ์ไปก่อนหน้านี้ ส่วนข้อมูลการพิสูจน์ทราบหาต้นตอของสารปนเปื้อน เบื้องต้นได้รายงานเพิ่มเติมว่า รพ.อุดรธานี ได้เก็บตัวอย่างอาเจียน จำนวน 2 ตัวอย่าง และตัวอย่างอาหาร จำนวน 2 ตัวอย่าง เพื่อส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ซึ่งยังไม่ทราบผลการตรวจสอบ และยังไม่ทราบว่าจะใช้เวลาตรวจสอบกี่วัน