เจ้าของสวนทุเรียน จันทบุรี สุดทน สบชะตากรรมเดียวกับ ‘เขากระโดง’ เข้าโครงการเดินสำรวจออกโฉนดหาความถูกต้อง แต่ถูกระงับ เหตุอ้างทับซ้อนทุ่งสาธารณะ ไร้เอกสาร น.ส.ล. ยัน มีผลรังวัด RTK การันตีไม่รุกที่รัฐ
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ สวนทุเรียน พื้นที่หมู่ 8 บ้านทุ่งตาอิน ต.อ่างคีรี อ.มะขาม จ.จันทบุรี ทีมเจ้าหน้าที่ตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน พร้อมด้วยผู้แทนจากอำเภอขลุง อำเภอมะขาม เทศบาลตำบลมาบไพ เทศบาลตำบลอ่างคีรี และผู้นำท้องที่ ได้ลงพื้นที่ร่วมตรวจสอบชี้แนวเขต ตามโครงการเดินสำรวจปี 2569 ของ
นายอธิคม สิงขรณ์ ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำขอสำรวจแนวเขตที่ดินเนื้อที่ 8 ไร่ อย่างไรก็ตาม แม้ผลการรังวัดด้วยระบบดาวเทียมความละเอียดสูง (RTK) เพื่อหาค่าพิกัดในระบบ UTM โดยเจ้าหน้าที่เดินสำรวจจะยืนยันชัดเจนว่าที่ดินไม่อยู่ในเขต น.ส.ล. หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง แต่กลับมีการอ้างอิงข้อมูลจาก “การสลักหลังโฉนดข้างเคียง” ว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่ทุ่งสาธารณะ ส่งผลให้โครงการฯ สั่งระงับเรื่องไว้ก่อนจนกว่าจะมีการรังวัดแนวเขตให้ชัดเจน
นายอธิคม สิงขรณ์ ผู้ยื่นคำขอสำรวจแนวเขตที่ดิน เปิดเผยว่า แปลงนี้เป็นสวนทุเรียนอายุ 7 ปี ที่ตนสืบทอดการทำกินมาถึง 3 รุ่น เริ่มตั้งแต่ คุณยายจรูญ ก้องเวหน ปัจจุบันอายุ 99 ปี และยังมีชีวิตอยู่ ที่ได้แผ้วถางทำนาและปลูกยางพาราโบราณ ต่อเนื่องมาถึงรุ่นแม่ ที่ปรับปรุงสายพันธุ์ยาง จนมาถึงตนที่ปรับพื้นที่เป็นสวนทุเรียน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายังเคยเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ให้กับ อบต.อ่างคีรี ตั้งแต่ปี 2549-2554 รวมถึงเคยเข้าร่วมโครงการ “บอกดิน 2” ของกรมที่ดิน ซึ่งผลการปักพิกัดระบุชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าว “ไม่ทับซ้อนที่ดินรัฐ”
“กรณีนี้ถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญ เพราะการทำงานของเจ้าหน้าที่ขาดการบูรณาการข้อมูลอย่างรุนแรง ประชาชนต้องกลายเป็นผู้รับกรรมจากการที่หน่วยงานไม่สามารถระบุแนวเขตที่ดินรัฐที่แท้จริงได้ เปรียบได้กับปัญหาแนวเขตที่ดินในระดับประเทศอย่าง ‘เขากระโดง’ ที่กำลังเป็นกระแสสังคม ผมตั้งใจเรียกร้องสิทธิเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้านอีกหลายราย ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน แต่ขาดความรู้และโอกาสในการหาหลักฐานมาต่อสู้เพื่อเรียกคืนสิทธิ์ที่ดินทำกินของตนเอง”
ด้าน นางสาวธัญพร ครุผาด ผู้กำกับการเดินสำรวจ กรมที่ดิน ระบุถึงกรณีการขอออกโฉนดที่ดินของ นายอธิคม ว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถดำเนินการออกโฉนดให้ได้ เนื่องจากยังไม่สามารถสรุปแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ได้อย่างชัดเจน ว่ามีขอบเขตอยู่บริเวณใด และที่ดินของราษฎรล้ำเข้าไปในพื้นที่ของรัฐหรือไม่ ทั้งนี้แนวทางการแก้ไขคือต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ น.ส.ล. ให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อให้ทราบแนวเขตและเนื้อที่ของที่สาธารณประโยชน์อย่างถูกต้องชัดเจน จากนั้นกรมที่ดินจึงจะสามารถดำเนินการพิจารณาออกเอกสารสิทธิในที่ดินที่อยู่โดยรอบพื้นที่สาธารณะได้
ขณะที่ นายกันติ์เผดิม อักษร ปลัดอำเภอมะขาม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเอกสารร่วมกับ ทีมเจ้าหน้าที่โครงการเดินสำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า พื้นที่ทุ่งตบซกยังไม่ได้ออก น.ส.ล. ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันแนวเขตที่สาธารณะได้ชัดเจน จึงจำเป็นต้องชะลอการรังวัดออกโฉนดของประชาชนรายนี้ไว้ก่อน เพื่อป้องกันปัญหาการออกเอกสารสิทธิทับซ้อนกับที่สาธารณะ
ปลัดอำเภอมะขาม กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวมีข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2518 รวมถึงแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศของทหาร ที่นำมาใช้ประกอบการตรวจสอบ
แต่เนื่องจากแนวเขตพื้นที่สาธารณะยังไม่ชัดเจน หน่วยงานที่รับผิดชอบจึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนให้รอบคอบ เบื้องต้น การหารือมีร่วมกันว่า ควรให้หน่วยงานท้องถิ่นดำเนินการขอรังวัด และออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงให้แล้วเสร็จก่อน เมื่อทราบแนวเขตพื้นที่สาธารณะที่ชัดเจนแล้ว จึงจะสามารถพิจารณาการออกโฉนดให้ประชาชนที่มีที่ดินอยู่ติดกันได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม




