หน้าแรก ภูมิภาค งัดหลักฐานยัน...

งัดหลักฐานยัน อส.รับ 3 แสน แลกสอบเข้า ปี 65 จ่อฟ้องป.ป.ช. หลังผู้ว่าฯ เมืองคอน ยันไม่มีเปิดรับตั้งแต่ปี 67

12.06.26 | 15:56 น.

งัดหลักฐานยัน อส.รับเงิน 3 แสนแลกสอบเข้า ปี 65 จ่อฟ้องป.ป.ช. หลังผู้ว่าฯ เมืองคอน ยันไม่มีเปิดรับสมัครอส.ตั้งแต่ปี 67

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายเผด็จ หรือ “ดิน” อายุ 42 ปี ผู้ประกอบการในพื้นที่เทศบาลตำบลฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าถูกสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน(อส.)รายหนึ่งเรียกรับเงินจำนวน 300,000 บาท โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้หลานชายตนผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นสมาชิก อส. ได้

ภายหลังหลานชายเข้ารับการคัดเลือก แต่ไม่ผ่านการสอบในขั้นสุดท้าย ตนได้ติดตามทวงถามเงินคืนหลายครั้ง ก่อนจะได้รับเงินคืนจำนวน 230,000 บาท เหลืออีก 70,000 บาท ที่ยังไม่ได้รับคืน โดยผู้ถูกร้องอ้างว่ามีการนำเงินส่วนหนึ่งไปใช้จ่ายให้บุคคลอื่น

ผู้ร้องระบุว่า ประเด็นที่ตนร้องเรียนเกี่ยวข้องกับกระบวนการรับสมัครและคัดเลือก อส. เมื่อปี 2565 แต่ผลการตรวจสอบที่มีการชี้แจงต่อสาธารณะกลับอ้างอิงข้อมูลเกี่ยวกับการรับสมัครในปี 2567 ซึ่งไม่มีการเปิดรับสมัคร อส. ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าการตรวจสอบดังกล่าวครอบคลุมประเด็นที่ตนร้องเรียนหรือไม่

Advertisement

ก่อนหน้านี้ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชเกี่ยวกับกรณีร้องเรียนดังกล่าว โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอฉวางมีพฤติการณ์เรียกรับสินบนตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ และยืนยันว่าในช่วงปี 2567 จนถึงปัจจุบัน จังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีการเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปเข้าเป็นสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน(อส.)

อย่างไรก็ตาม นายเผด็จยืนยันว่าข้อร้องเรียนของตนเกี่ยวข้องกับการรับสมัครและคัดเลือกในปี 2565 ซึ่งมีประกาศรับสมัครและกระบวนการสอบคัดเลือกเกิดขึ้นจริง พร้อมระบุว่าหลานชายของตนสอบผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติ แต่ไม่ผ่านการคัดเลือกในขั้นต่อมา

ผู้ร้องยังเปิดเผยว่า ได้พยายามขอสำเนารายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบการยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ยังไม่ได้รับเอกสารดังกล่าว โดยได้รับแจ้งว่าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้ถูกร้องและอยู่ในกระบวนการพิจารณาของทางราชการ

นายเผด็จ ระบุด้วยว่า เตรียมดำเนินการตามช่องทางกฎหมายเพิ่มเติม ทั้งการร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. และการขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นที่ถูกร้องเรียน

สำหรับกรณีดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีข้อยุติอย่างเป็นทางการ โดยทุกฝ่ายยังคงมีสิทธิชี้แจงและแสดงพยานหลักฐานต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายต่อไป