เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายแพทย์คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก เกษตรกรเริ่มทำนาข้าวและทำการเกษตรอื่นๆ ซึ่งจะต้องมีการสัมผัสกับน้ำหรือดินโคลนบ่อยครั้ง ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคเลปโตสไปโรซีส หรือโรคฉี่หนู
จากข้อมูลระบาดวิทยา พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 ถึงปัจจุบัน พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูแล้วจำนวน 26 คน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นเพศชาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน มีอายุระหว่าง 55-64 ปี และมีอาชีพเกษตรกร
นายแพทย์คิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า โรคฉี่หนู เกิดจากการสัมผัสปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อโรค ที่มีชื่อว่า เลปโตสไปรา สัตว์ที่แพร่เชื้อได้แก่ หนู วัว ควาย หมู สุนัข แพะ แกะ เชื้อนี้จะปะปนอยู่ตามแหล่งน้ำที่เป็นน้ำนิ่ง หรือหนองน้ำที่มีหญ้าปกคลุม รวมถึงดินชื้นและโคลน เมื่อลงไปแช่หรือสัมผัสกับบริเวณที่มีเชื้อโรค จะเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังตามรอยแผล รอยขีดข่วน รวมทั้งทางเยื่อบุตา ปาก จมูก
“กลุ่มเกษตรกรจึงจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคนี้มากเพราะต้องสัมผัสกับน้ำและที่ชื้นแฉะบ่อยครั้ง อาการป่วยมีหลายอย่าง บางคนมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ บางคนรุนแรงมาก ตัวเหลือง ตาเหลือง ไอ หรือถ่ายเป็นเลือด จึงขอเตือนประชาชนและเกษตรกรว่า โรคฉี่หนูเป็นโรคอันตราย สามารถทำให้เสียชีวิตได้ พบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะและเจ็บปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง หลังจากสัมผัสสัตว์หรือลุยน้ำย่ำโคลน 1-2 สัปดาห์ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน การป้องกันที่ดีคือต้องใส่รองเท้าบู๊ตก่อนลงสัมผัสน้ำหรือโคลน หลังเสร็จงานให้ชำระล้างให้สะอาด แต่หากมีบาดแผลก็ควรหลีกเลี่ยงจะปลอดภัยกว่า” นพ.คิมหันต์กล่าว

