หน้าแรก ภูมิภาค ประชาชนบ่นเสี...

ประชาชนบ่นเสียดาย! ตรัง อันดามัน เกตเวย์ งบ 35 ล้าน สุดเงียบเหงา-เริ่มทรุดโทรม

14.06.26 | 16:59 น.
ตรัง อันดามัน เกตเวย์

ประชาชนบ่นเสียดาย! ตรัง อันดามัน เกตเวย์ งบ 35 ล้าน สุดเงียบเหงา-เริ่มทรุดโทรม ส.ส.ตรัง เตรียมหารือสภา สถาปนิกชี้ประติมากรรมเริ่มชำรุด-ขาดการดูแล

 

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังได้รับแจ้งข้อมูลจากประชาชน ถึงผลกระทบจากโครงการก่อสร้าง “ตรัง อันดามัน เกตเวย์” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ด้วยวงเงิน 35 ล้านบาท จากงบกลุ่มจังหวัดอันดามัน ตามแผนพัฒนาจังหวัดตรัง ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงตรัง-พัทลุง บนเขาพับผ้า เทือกเขาบรรทัด ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียว ที่เชื่อมระหว่างภาคใต้ฝั่งอันดามันสู่ฝั่งอ่าวไทย และได้เปิดให้บริการขึ้นตั้งแต่เมื่อกลางปี 2558

ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน หรือถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นที่ระลึก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่จะมีจำนวนมากถึงวันละไม่ต่ำกว่า 3,000 คน แต่ปรากฏว่า ในช่วงหลังมากลับค่อยๆ มีนักท่องเที่ยวลดน้อยลง ในขณะที่สภาพภายในต่างๆ ก็เริ่มทรุดโทรม จนล่าสุดบางวันแทบจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวร้าง เพราะแทบไม่มีผู้คนแวะเที่ยวชมเลย ทั้งๆ ที่ในแต่ละวันจะมีผู้คนสัญจรผ่านไปมายังเส้นทางนี้จำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับโครงการก่อสร้าง “ตรัง อันดามัน เกตเวย์” นั้น ประกอบไปด้วย ศาลาทางหลวงเฉลิมพระเกียรติภาคใต้, อาคารสำนักงานบริการนักท่องเที่ยว, มุมประติมากรรมสร้างสรรค์ เช่น ประติมากรรมฝาผนังเขาพับผ้า ประติมากรรมปูนซาไก (เงาะป่า) หรือโขลงช้าง รวมทั้งประติมากรรมพะยูน และรถตุ๊กตุ๊ก (รถสามล้อ) พร้อมกับจัดสร้างแปลงต้นไม้ประจำถิ่นใต้ สวนภูมิทัศน์ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ห้องน้ำ ถนน และลานจอดรถ

Advertisement

ด้าน นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ตามข้อเสนอแนะของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยพบว่าเป็นสถานที่สวยงาม เหมาะแก่การเป็นจุดพักรถ พักผ่อนของผู้คน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภาพวาดสามมิติ พระยารัษฎานุประดิษฐ์จิ๋ว และอะไรดีๆ อีกมากมาย แต่กลับมีสภาพที่เงียบเหงา ภายหลังมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ แม้จะเป็นไปตามระเบียบของกรมอุทยานฯ ที่เมื่อรับมอบพื้นที่มาไว้ในครอบครองแล้ว ต้องดำเนินการตามระเบียบ

นายกฤตย์อิชย์กล่าวว่า การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว ทำให้ไม่มีคนอยากเข้ามาใช้พื้นที่ ส่งผลให้การบริหารจัดการและสภาพพื้นที่ค่อยๆ ทรุดโทรมลง ซึ่งตนมีความเป็นห่วงว่าหากเกิดการชำรุดเสียหายของประติมากรรม จะใช้งบประมาณส่วนใดมาซ่อมแซมบำรุงรักษา และจะทำอย่างไรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พูดคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งก่อสร้างด้วยงบประมาณจากภาษีประชาชนสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้จะนำเรื่องนี้หารือในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป

ด้านนายภัคพงษ์ วิธานติรวัฒน์ สถาปนิกท้องถิ่น ที่ปรึกษาด้านการออกแบบ เครือข่ายชมรมเสียงประชาชน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประติมากรรมบางส่วนเริ่มมีการเสื่อมสภาพ เนื่องจากขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการขาดการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีจากแดดและฝนจนเกิดการกัดกร่อน จึงมีความเป็นห่วงว่าประติมากรรมทั้งหมดอาจชำรุดหรือพังลงได้หากขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหารือกันถึงการวางระบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวได้ถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าต่อภาษีประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ได้เกิดวิพากษ์วิจารณ์กรณีประติมากรรมปูดำ บริเวณสี่แยกควนปริง อำเภอเมืองตรัง เกิดชำรุดโดยก้ามปูทั้งสองข้าง หากพังทลายลงมา โดยโครงการดังกล่าวก่อสร้างโดยงบกลุ่มจังหวัดอันดามัน ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับโครงการก่อสร้าง “ตรัง อันดามัน เกตเวย์” เช่นกัน ในวงเงินจุดละ 30 ล้านบาท จำนวน 4 จุด รวมงบประมาณโครงการทั้งสิ้น กว่า 120 ล้านบาท ซึ่งก็ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าคุ้มค่าภาษีหรือไม่ มีความคงทนและจำเป็นต้องก่อสร้างโครงการในลักษณะดังกล่าวหรือไม่