ประชาชนบ่นเสียดาย! ตรัง อันดามัน เกตเวย์ งบ 35 ล้าน สุดเงียบเหงา-เริ่มทรุดโทรม ส.ส.ตรัง เตรียมหารือสภา สถาปนิกชี้ประติมากรรมเริ่มชำรุด-ขาดการดูแล
เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังได้รับแจ้งข้อมูลจากประชาชน ถึงผลกระทบจากโครงการก่อสร้าง “ตรัง อันดามัน เกตเวย์” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ด้วยวงเงิน 35 ล้านบาท จากงบกลุ่มจังหวัดอันดามัน ตามแผนพัฒนาจังหวัดตรัง ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 4 ช่วงตรัง-พัทลุง บนเขาพับผ้า เทือกเขาบรรทัด ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียว ที่เชื่อมระหว่างภาคใต้ฝั่งอันดามันสู่ฝั่งอ่าวไทย และได้เปิดให้บริการขึ้นตั้งแต่เมื่อกลางปี 2558
ทั้งนี้ ในช่วงแรกจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน หรือถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นที่ระลึก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่จะมีจำนวนมากถึงวันละไม่ต่ำกว่า 3,000 คน แต่ปรากฏว่า ในช่วงหลังมากลับค่อยๆ มีนักท่องเที่ยวลดน้อยลง ในขณะที่สภาพภายในต่างๆ ก็เริ่มทรุดโทรม จนล่าสุดบางวันแทบจะกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวร้าง เพราะแทบไม่มีผู้คนแวะเที่ยวชมเลย ทั้งๆ ที่ในแต่ละวันจะมีผู้คนสัญจรผ่านไปมายังเส้นทางนี้จำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับโครงการก่อสร้าง “ตรัง อันดามัน เกตเวย์” นั้น ประกอบไปด้วย ศาลาทางหลวงเฉลิมพระเกียรติภาคใต้, อาคารสำนักงานบริการนักท่องเที่ยว, มุมประติมากรรมสร้างสรรค์ เช่น ประติมากรรมฝาผนังเขาพับผ้า ประติมากรรมปูนซาไก (เงาะป่า) หรือโขลงช้าง รวมทั้งประติมากรรมพะยูน และรถตุ๊กตุ๊ก (รถสามล้อ) พร้อมกับจัดสร้างแปลงต้นไม้ประจำถิ่นใต้ สวนภูมิทัศน์ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ห้องน้ำ ถนน และลานจอดรถ
ด้าน นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ส.ส.ตรัง เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ตามข้อเสนอแนะของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยพบว่าเป็นสถานที่สวยงาม เหมาะแก่การเป็นจุดพักรถ พักผ่อนของผู้คน มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ภาพวาดสามมิติ พระยารัษฎานุประดิษฐ์จิ๋ว และอะไรดีๆ อีกมากมาย แต่กลับมีสภาพที่เงียบเหงา ภายหลังมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าพื้นที่ แม้จะเป็นไปตามระเบียบของกรมอุทยานฯ ที่เมื่อรับมอบพื้นที่มาไว้ในครอบครองแล้ว ต้องดำเนินการตามระเบียบ

นายกฤตย์อิชย์กล่าวว่า การเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว ทำให้ไม่มีคนอยากเข้ามาใช้พื้นที่ ส่งผลให้การบริหารจัดการและสภาพพื้นที่ค่อยๆ ทรุดโทรมลง ซึ่งตนมีความเป็นห่วงว่าหากเกิดการชำรุดเสียหายของประติมากรรม จะใช้งบประมาณส่วนใดมาซ่อมแซมบำรุงรักษา และจะทำอย่างไรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พูดคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งก่อสร้างด้วยงบประมาณจากภาษีประชาชนสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้จะนำเรื่องนี้หารือในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป
ด้านนายภัคพงษ์ วิธานติรวัฒน์ สถาปนิกท้องถิ่น ที่ปรึกษาด้านการออกแบบ เครือข่ายชมรมเสียงประชาชน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประติมากรรมบางส่วนเริ่มมีการเสื่อมสภาพ เนื่องจากขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการขาดการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีจากแดดและฝนจนเกิดการกัดกร่อน จึงมีความเป็นห่วงว่าประติมากรรมทั้งหมดอาจชำรุดหรือพังลงได้หากขาดการบำรุงรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหารือกันถึงการวางระบบการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อให้สถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวได้ถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าต่อภาษีประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ได้เกิดวิพากษ์วิจารณ์กรณีประติมากรรมปูดำ บริเวณสี่แยกควนปริง อำเภอเมืองตรัง เกิดชำรุดโดยก้ามปูทั้งสองข้าง หากพังทลายลงมา โดยโครงการดังกล่าวก่อสร้างโดยงบกลุ่มจังหวัดอันดามัน ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับโครงการก่อสร้าง “ตรัง อันดามัน เกตเวย์” เช่นกัน ในวงเงินจุดละ 30 ล้านบาท จำนวน 4 จุด รวมงบประมาณโครงการทั้งสิ้น กว่า 120 ล้านบาท ซึ่งก็ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าคุ้มค่าภาษีหรือไม่ มีความคงทนและจำเป็นต้องก่อสร้างโครงการในลักษณะดังกล่าวหรือไม่




