แม่เด็ก 10 ร้อง พระวัดดังเมืองนนท์ ทำร้ายลูก อ้างเด็กสูบบุหรี่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ยันให้ว่าไปตามกฏหมาย
จากกรณีเพจดังโพสต์ภาพวิดีโอและข้อความระบุโดยสรุปว่า พระมหา วัดดังแห่งหนึ่ง ใน จ.นนทบุรี ทำร้ายเด็ก ทั้งเตะหน้า บีบคอ ซ้ำมีการด่าจะเอาให้ปัญญาอ่อน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากนั้น
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ได้เดินทางไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง อ.เมืองนนทบุรี เข้าพบ น.ส.แพรว (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี แม่เด็กชายโซดา อายุ 10 ปี ที่ถูกพระวัดดัง ใน อ.เมืองนนทบุรี ทำร้ายร่างกาย เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าว
น.ส.แพรว กล่าวว่า ลูกชายอยู่วัดมาประมาณปีกว่าถูกทำร้ายมาตลอด แต่ตนไม่เคยรู้เลย มารู้เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ตอนกลางคืนมีแม่เด็กที่เห็นเหตุการณ์มาเล่าให้ฟัง สาเหตุเกิดจากลูกชายตนไปแอบสูบบุหรี่ แล้วมีรุ่นพี่คนหนึ่งในวัดไปบอกพระว่าลูกชายตนสูบบุหรี่ เขาจึงมาดึงหูแล้วตบที่จมูกจนเลือดกำเดาไหล แล้วให้ลูกตนสูบบุหรี่อีก 4 มวน มวนแรกให้พ้นออกจากทางจมูกห้ามสำลัก จนกระทั่งมวนที่ 4 ให้อมควันแล้วอุดปากอุดจมูกถ้าสำลักโดนตบ พอมวนที่ 5 เขาเอาละลายกับน้ำให้ลูกตนดื่มถ้าอ้วกโดนตบอีก ซึ่งลูกตนไม่ได้บอกว่าอ้วกหรือไม่
น.ส.แพรว กล่าวว่า จากนั้นพระท่านได้เตะหน้าอก 3 ที และเขา 1 ที จากนั้นใช้มือสองข้างตบบ้องหูพร้อมกันทั้งสองข้าง แล้วดึงหูทั้งสองข้าง จนลูกจนกราบ บอกว่าไม่ทำอีกแล้ว แต่พระไม่หยุดบอกว่าจะให้ปัญญาอ่อน ซึ่งมีคนเห็นจึงไปบอกแม่เขา แล้วแม่เขามาบอกตน เหตุเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนเวลา 15.00 น. ในห้องดอกไม้ภายในวัด

น.ส.แพรว กล่าวอีกว่า ลูกชายตนกินนอนอยู่ที่วัดเพราะเขาอยากบวชเรียน จนได้มีคนแนะนำเข้าไปพบกับพระภายในวัด แต่พระบอกว่ายังไม่จบป.6 บวชเรียนไม่ได้จะผิดกฎหมาย จึงให้ลูกตนเรียนไปก่อนจบแล้วค่อยมาบวช แล้วให้ลูกตนอยู่กินอยู่ที่วัด เรียนที่โรงเรียนวัดบัวขวัญ แล้วมาเรียนธรรมะที่วัด ลูกเรียนชั้น ป.2 เพราะต้องเพราะเรียนซ้ำชั้น จริงต้องขึ้นป.4 แล้ว ปัจจุบันอายุ 10 ขวบ
น.ส.แพรว กล่าวว่า ตนไม่ได้รู้จักกับพระที่ทำร้ายลูกตนเป็นการส่วนตัว แต่มีป้าเขาแนะนำให้บอกพระองค์นี้ดี แต่พระที่ดูแลลูกตนไม่ใช่คนทำ ใช้พระอีกองค์หนึ่งมาทำ แต่ท่านก็อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ลูกตนโดนทำร้าย ลูกตนโดนทำร้ายมาตลอด โดนเกือบทุกวัน ทำอะไรผิดนิดหน่อยก็โดนกระทืบ ซึ่งก่อนหน้านี้ลูกชายตนไม่เคยบอกตนเลย
น.ส.แพรว กล่าวว่า ลูกมีบาดแผลที่ใบหูจากการถูกดึงและทุ่ม ส่วนที่หลังกับก้นถูกตีด้วยหวาย ที่รับไม่ได้คือทำไมเขาต้องเตะหน้าอก เตะหน้าจนตาเขียว จนลูกตนต้องกราบว่าอย่าทำอีกเลย จึงพาไปหาหมอ หมอก็ทำใบชันสูตรให้แต่ตนไม่ได้อ่านทั้งหมด และตนได้เข้าแจ้งความแล้วเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ตำรวจก็ดำเนินการอย่างดี แต่ทางพระก็หาคนไปขู่ตำรวจ แล้วมีการให้คนมาด่าที่หน้าบ้านตน ก็รู้สึกว่าตนไม่ปลอดภัย เมื่อวานก็มีป้าคนหนึ่งมาด่าตอน 22.00-23.00 น. ว่าอีเนรคุณพระครูเอาเงินพระ
น.ส.แพรว กล่าวว่า เขาพยายามมายื่นข้อเสนอมาคุย ตอนแรกตนก็ไม่คิดว่าจะเอา จนตนยอมเจรจา เขาก็จะให้ตนถอนแจ้งความ จึงเรียกค่าเยียวยาไป 150,000 บาท เขาก็ตกลง แล้วนัดมาเคลียร์กันวันที่ 18 มิถุนายนที่จะถึงนี้ แต่ก่อนที่จะถึงเขาก็เอาคนนู้นคนนี้มาด่ามาข่มขู่ตนจนรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย อีกอย่างหนึ่งตนไม่ค่อยได้อยู่บ้านมีแม่กับเด็กอยู่ มาด่าว่าไปเรียกเงินพระไปขู่พระไม่มีจะแดกไปเอาเงินพระ ด่าดอกทอง
น.ส.แพรว กล่าวอีกว่า ป้าคนแรกที่มาด่าเขาก็เข้าใจตนแล้วเพราะตนอธิบายให้ฟัง แต่เมื่อวานมี อส.โทรมาด่าแม่ตน ว่าไปเรียกวันพระขนาดนั้นไม่สงสารเขาเลย ตนถึงถามว่าแล้วไม่สงสารลูกตนหรือ เขาเป็นถึงอส.น่าจะเข้าใจลูกบ้านให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ฟังแต่พระ
น.ส.แพรว กล่าวว่า วันที่ 18 มิถุนายนนี้ตนไม่คุยแล้วเพราะเขาให้คนมาบีบมาด่าหาว่าตนอยากได้เงิน หาว่าตนไม่มีจะแดกก็จะดำเนินคดีต่อไป เพราะตนไม่อยากได้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ก็กลัวว่าจะไม่รับความเป็นธรรมเพราะแค่เจรจาให้เรื่องจบ เขายังเอาคนมาขู่เลย หาว่าไปเรียกเงินพระ หาว่าขู่พระ จริงๆแล้วเงิน 150,000 บาท ไม่ได้คุ้มกับลูกตนเลย ตนไม่อยากได้ด้วย

น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี แม่เด็กที่อยู่ในเหตุการณ์และเป็นคนนำเรื่องมาบอกแม่ ด.ช.โซดา กล่าวว่า ลูกมาเล่าให้ฟังว่าสงสารโซดาโดนพระตี เขาเห็นว่าทำแรงเตะหน้าเตะปากเลือดออกแล้วเตะหน้าอก ตนจึงโทรบอกแม่เด็กที่โดนทำร้าย แม่เขาจึงโมโห แล้วบอกให้แม่เขาไปเอาลูกออกมาตอนไปโรงเรียนเพราะทางวัดไม่ให้ออก มีพระดูแลเรียนธรรมะ ลูกตนเขาเป็นเพื่อนกับเด็กที่ถูกทำร้ายมานานแล้ว ลูกตนเห็นหลายรอบแล้วจึงมาบอก ซึ่งตนก็มั่นใจว่าเป็นเรื่องจริง
เห็นลูกตนบอกว่าเด็กที่ถูกทำร้ายเขาแอบสูบบุหรี่ จึงมีคนไปฟ้องพระพระที่มาลงโทษด้วยการเตะหน้าอกมันเกินไป ตนจึงบอกแม่เด็กเพราะลูกตนก็อยู่ในวัดนั้นด้วยและลูกตนก็ชอบเล่นกับพระองค์นี้กลัวลูกตนจะโดนด้วย ซึ่งที่ผ่านมาลูกตนยังไม่เคยถูกพระทำร้าย มีแต่เด็กคนนี้ที่โดนตลอด แต่ไม่มีใครกล้าพูด เด็กๆเขาคงกลัวพระองค์นี้ และตอนนี้ลูกตนก็ยังอยู่ในความดูแลของวัดนี้แต่ไม่ใช่พระองค์นี้ พระองค์ที่ดูแลลูกตนก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเขาจะดูแลให้ และตนไม่ให้ลูกตนไปยุ่งกับพระองค์ที่ทำร้ายเด็กเลย ขณะที่พาเด็กไปแจ้งความถ้าตีด้วยไม้หวาย ตำรวจเขาก็รับได้แต่นี่เตะเข้าที่หน้าอก เขาเป็นตำรวจยังรับไม่ได้เลยมันรุนแรงเกิน เตะหน้าอกศอกหน้าแค่เด็ก 11 ขวบมันเกินไป
เบื้องต้นแม่เด็กชายโซดายืนยันจะไม่ยอมเจรจา และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เนื่องจากเกรงว่าจะมีคนมาข่มขู่ที่บ้านจนไม่ปลอดภัย และถูกกล่าวหาว่าเรียกเงินกับทางพระ

ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่อำเภอเมืองนนทบุรี และ น.ส.แพรว เดินทางไปเข้าพบ พระครูศรีปริยตินทการ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว เพื่อตรวจสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพระอนุสรณ์ ซึ่งเป็นพระที่ทางเด็กแจ้งว่าเป็นพระที่ทำร้าย
พระครูศรีปริยตินทการ กล่าวว่า ได้นั่งสอบสวนพูดคุยกับพระที่ถูกกล่าวหา พระเล่าเหตุการณ์วันที่เด็กสูบบุหรี่ให้ฟัง แต่ไม่ได้ฟังจากพระรูปนั้นรูปเดียว ฟังจากพระรูปอื่นๆ ครูประจำชั้น ผอ.โรงเรียนที่เด็กเรียนอยู่ด้วย สอบถามหลายฝ่ายก็ไม่ได้ปักใจเชื่อ พระบอกว่าเด็กสูบบุหรี่แล้วก็ลงโทษประมาณนั้น ตบปาก ก่อนหน้านั้นเด็กก็มีพฤติกรรมขโมยบ้างก็ลงโทษตามสมควรใช้ไม้เรียวตี พระรูปนี้มาอยู่วัดนานแล้ว 3-4 พรรษา มีหน้าที่ดูแลห้องดอกไม้ไม่ได้ดูแลเด็ก ส่วนเด็กเขาเอามาฝากพระหนุ่ยไว้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ป.2 พระอนุสรณ์เป็นคนฝึกหัดอ่านหัดเขียนช่วยกันช่วยดูแล
พระครูศรีปริยตินทการ กล่าวอีกว่า ทางวัดไม่ปกป้องอยู่แล้วถ้าทำผิดต้องติดคุก ก็ว่าไปตามกฎหมายเลย กฎหมายว่ายังไงก็ว่าไปตามนั้น ถูกก็ถูกผิดก็ผิด ส่วนการที่มีการเสนอเงิน 150,000 บาทนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลเหมือนทางเจ้าทุกข์เขาเรียกค่าเสียหาย ยังไม่ได้ให้ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าทำขวัญ หรือค่าอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน

พระครูศรีปริยตินทการ กล่าวอีกว่า จากการสอบถามคนกระทำก็ไม่ได้ปักใจเชื่ออยู่แล้ว ถามครูประจำชั้นที่เขามาเจอคนสุดท้ายก่อนที่จะมารับกลับไป ครูประจำชั้นก็บอกว่าเด็กปกติ แต่ครูประจำชั้นไม่ทราบว่าในร่มผ้ามีอะไรบ้าง เพราะครูไม่ได้เปิดดู แต่เห็นว่าเด็กปกตินั่งเรียนอยู่แถวหน้า แต่ก็เกเรหน่อย ถึงจะเกเร จะลักขโมย ก็ยังเป็นเด็ก ก็ต้องขัดเกลาไปจะได้กี่มากน้อย แต่ว่าเด็กเกเรการลงโทษเราคงจะมีจะมากน้อยยังไงก็
พระครูศรีปริยตินทการ กล่าวอีกว่า ได้อ่านในเฟซบุ๊กขนาดเลือดออกแล้วลากไปกระทืบเตะหน้าเตะอก กรณีมีการใช้ความรุนแรงขนาดนั้น ถ้าผู้ใหญ่ทำกับเด็กวัย 10 ขวบ น่าจะต้องสาหัส เพราะว่าการเตะเข้าหน้ามันน่าจะมีรอยเขียวช้ำแตก ก็ไม่รู้ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน พ่อแม่เด็กเขาก็มีสิทธิสู้ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกพระที่ถูกกล่าวหาไปสอบปากคำแล้ว ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาต้องรอดูผลการตรวจร่างกายและประสานสหวิชาชีพเพื่อสอบปากคำเด็กอย่างละเอียดถึงจะแจ้งข้อกล่าวหาได้


