อบจ.สงขลา แจ้งความภาคประชาชน บุกรุกสถานที่ราชการ จี้แจงปมจัดซื้อเรือช่วยเหลือประชาชน
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายเกรียงไกร คมขำ และนายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ เครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดสงขลา เดินทางมายัง สภ.เมืองสงขลา เพื่อขอคัดสำเนาเอกสารบันทึกประจำวันหลังทราบว่าถูก นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกส่วนราชการ ทั้งนี้สืบเนื่องจากการเดินทางเข้าไปตรวจสอบการจัดซื้อเรือช่วยเหลือประชาชน
โดยบันทึกประจำวันระบุว่า นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลามอบอำนาจให้นิติกรชำนาญการ อบจ.สงขลาแจ้งความร้องทุกข์นายเกรียงไกร คมขำและพวก โดยระบุว่าเมื่อเวลา 8 มิถุนายนที่ผ่านมา นายเกรียงไกรได้เดินทางเข้าไปในบริเวณอาคารซ่อมเครื่องจักรกล อบจ.สงขลา ตั้งอยู่ในตำบลเขารูปช้าง โดยอ้างว่าอาคารซ่อมเครื่องจักรกล ซึ่งเป็นอาคารที่เก็บรักษาทรัพย์ของ อบจ.สงขลา เป็นสถานที่ราชการที่มิได้เปิดหรือจัดไว้เพื่อให้บริการหรืออำนวยความสะดวกในการติดต่อราชการของประชาชน
จึงเป็นที่ของราชการที่มีไว้ใช้สอยเฉพาะกิจ ซึ่งบุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่ ที่ไม่มีหน้าที่ หรือเกี่ยวข้องไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปโดยพลการ จึงถือไม่ได้ว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่สาธารณะสถานที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมเข้าไปได้ ดังนั้นการกระทำของบุคคลดังกล่าวจึงเป็นการบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ เป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของ อบจ.สงขลา โดยปกติสุข และเป็นการเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันควรในเคหสถานอาคาร เก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของ อบจ.สงขลา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 และมาตรา 364 และมาตรา 365
นายเกรียงไกรกล่าวว่า ตามภาคประชาชนเห็นว่าการตรวจสอบของภาคประชาชนนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะเปิดโอกาสให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินโครงการด้วยความโปร่งใส กรณีนี้ไม่ได้สร้างความกังวลและหยุดการตรวจสอบการทำงานของ อบจ.สงขลา อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่ตนเองเดินทางเข้าไปนั้น ไม่ได้มีแผ่นป้ายระบุว่าต้องได้รับอนุญาตก่อนเดินทางเข้าไปอย่างแน่นอน ซึ่งที่ผ่านมา ส่วนราชการต่างๆ บางที่จะต้องมีการแลกบัตรเข้าไป แต่ก็ไม่ได้ต้องขออนุญาตอย่างเป็นทางการ ซึ่งแผ่นป้ายที่นำมาติดเอาไว้นั้น ก็พบว่าเป็นแผ่นป้ายใหม่ แต่นำมาถูกทำให้ดูเหมือนเก่าโดยมีฝุ่นและถูกทำให้ดูเหมือนเก่า อันนี้เป็นการตั้งข้อสังเกตของผู้ที่พบเห็น อย่างไรก็ตาม พร้อมที่จะสู้คดีเพื่อให้มีความกระจ่างอย่างแน่นอน
นายเฉลิมชัยตั้งข้อสังเกตว่า การจัดซื้อเรือช่วยเหลือประชาชนของ อบจ.สงขลานั้น แพงเกินจริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้นายก อบจ.สงขลา สามารถเข้ามาตรวจสอบ สามารถนำหลักฐานออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบได้ โดยเรือที่มีการตรวจสอบนั้น อบจ.สงขลาวงเงิน 29 ล้านบาท จำนวน 74 ลำ เมื่อภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตจึงควรที่จะมีการชี้แจงมากกว่าการแจ้งความดำเนินคดี อย่างไรก็ตามภาคประชาชนพร้อมที่จะต่อสู้คดีเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป


