หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯนั่งหั...

ผู้ว่าฯนั่งหัวโต๊ะถกแก้รถแดงล้อมอูเบอร์ จ่อดึงแท็กซี่-รถแดงเชียงใหม่ไปขับแกร็บ

7.06.17 | 21:18 น.

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน 2560 ที่ห้องประชุม ชั้น3 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุม หารือแนวทางแก้ไขปัญหารถยนต์โดยสารสาธารณะผิดกฎหมาย โดยมีตัวแทน ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายทหาร ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตำรวจ ฯลฯ เข้าร่วมหารือ โดยการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียดใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดในการดำเนินการ ซึ่งที่ประชุมมุ่งเป้าไปยังประเด็นการแก้ปัญหากรณีรถแท็กซึ่และสี่ล้อแดงมีการปิดล้อมรถอูเบอร์ที่จังหวัดเชียงใหม่ และส่วนใหญ่จะเกิดเหตุที่สนามบินและพื้นที่สถานีขนส่ง (อาเขต) เป็นการทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และควรจะเร่งขจัดปัญหามิให้ลุกลาม รวมทั้งกลุ่มสหกรณ์นครล้านนาเดินรถ ผู้ให้บริการแท็กซี่มิเตอร์ และสี่ล้อแดงในเชียงใหม่มีการยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมว่ารายได้หายไปมาก เนื่องจากทางอูเบอร์และแกร็บคาร์มาแย่งลูกค้า


ในส่วนนี้ตัวแทนฝ่ายทหารแจ้งเสนอกับที่ประชุมว่า ให้ดำเนินการ 2 อย่าง อย่างแรกคือ ต้องประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อมวลชน ให้ออกข่าวไม่ให้ประชาชนใช้บริการเรียกรถผ่านแกร็บคาร์ และอูเบอร์ โดยสร้างความตระหนักว่าเป็นการนำรถยนต์ส่วนตัวมาใช้ให้บริการรถสาธารณะซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างที่สองต้องขอความร่วมมือให้รถแดงอย่าทำการปิดล้อมรถอูเบอร์ ซึ่งวันพรุ่งนี้ (วันที่ 8 มิถุนายน) ทางแกร็บแท็กซี่จากสิงคโปร์ จะมาคุยกับแท็กซี่เชียงใหม่ พร้อมกับทางขนส่งจังหวัด และมีนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เป็นผู้ทำการศึกษาระบบเดินรถขนส่งมวลชนเชียงใหม่ คือ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรมไปร่วมด้วย ในการดึงสี่ล้อแดงมาขับแกร็บแท็กซี่

ด้านตัวแทนขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า ขณะนี้กฎหมายที่จะดำเนินการเอาผิดกับอูเบอร์และแกร็บคาร์ได้ คือ ดำเนินการเอาผิดกับคนขับ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.รถยนต์ พศ.2522 คือ ใช้รถไม่ตรงตามประเภท โทษสูงสุด คือ ปรับไม่เกิน 2,000บาทตามกฎหมาย คงต้องหาแนวทางช่วยกลุ่มที่ทำถูกกฎหมาย ซึ่งเชียงใหม่ขณะนี้มีสี่ล้อแดงที่เป็นรถวิ่งประจำเส้นทาง(ประเภท30) เชียงใหม่มีอยู่ประมาณ 400 คันเราคงจะไม่สามารถบังคับให้เขาเข้าระบบแกร็บแท็กซี่ได้ทั้งหมด

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ กล่าวว่า กรณีคนขับรถอูเบอร์เป็นการกระทำผิดกฏหมาย เราก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น ที่ประชุมจึงมีการกำหนด 3 มาตรการที่ต้องดำเนินการคือ ประการแรก การพัฒนารถที่ถูกกฎหมายที่เรามีให้ทันเทคโนโลยี ใช้แอพพลิเคชั่น และนำเข้าระบบแกร็บแท็กซี่หรือเข้าเครือข่ายอูเบอร์ ต้องพัฒนาและปรับตัว ประการที่ 2 การดำเนินการกับคนขับรถอูเบอร์ หรือรถที่ผิดกฏหมายอย่างเฉียบขาดมากขึ้น และไม่ว่าฝ่ายใดที่ทำผิดกฏหมายก็ต้องดำเนินการ และประการสุดท้ายคือ ไปคิดระบบที่ทำให้ผู้โดยสารจากการท่าอากาศยานและสถานีอาเขตมีความปลอดภัยในการใช้รถ รู้ว่าใช้รถอะไร ใครขับ ค่าใช้จ่ายเท่าไร และอีก 2 สัปดาห์ให้กลับมารายงานเพื่อหารือกันอีกครั้ง ด้วยเป้าหมายว่าให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้รถด้วยความปลอดภัย มั่นใจ และถูกกฏหมาย

Advertisement