หน้าแรก ภูมิภาค ภาคประชาชนเชี...

ภาคประชาชนเชียงใหม่ รับไม้ต่อดันร่าง ‘เทศบัญญัตินกพิราบ’ ตั้งเป้ารายชื่อครบ 3พันคน ก่อน 1 ส.ค.นี้

18.06.26 | 16:06 น.

ภาคประชาชนเชียงใหม่ รับไม้ต่อดันร่าง ‘เทศบัญญัตินกพิราบ’ แก้ไขเพิ่มโทษปรับฯ พร้อมเดินหน้าแคมเปญรณรงค์เผย 5 วัน คนร่วมลงชื่อยังไม่ถึงพัน ปรับแผนส่งอาสาสมัครเคาะประตูบ้าน-ตั้งบูทตลาดนัด ตั้งเป้าได้รายชื่อครบ 3,000 คน ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาเทศบาล 1 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายธีรวุฒิ แก้วฟอง อดีตผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มรณรงค์ 3,000 คนประชาชนส่งเสียง เปิดเผยว่า กลุ่มรณรงค์ 3,000 คนประชาชนส่งเสียง และเทศบาลประชาชน รับไม้ต่อจาก น.ส.นันท์นภัส ปฐมเดชภัทรคุณ สมาชิกสภาเทศบาลนครเชียงใหม่ (สท.) แขวงนครพิงค์ พรรคประชาชน หลังไม่สามารถผลักดันร่างเทศบัญญัติเทศบาลนครเชียงใหม่ เรื่อง การรักษาความสะอาดและการควบคุมเหตุเดือดร้อนรำคาญจากนกพิราบในพื้นที่สาธารณะ พ.ศ. ….” หรือเรียกสั้นๆว่า “เทศบัญญัตินกพิราบ” เข้าสู่สภาเทศบาลนครเชียงใหม่ได้เพราะมี สท.ร่วมลงชื่อรับรองไม่ถึง 2 คน

ทั้งนี้ทางกลุ่มฯได้นำร่างเทศบัญญัตินกพิราบของ น.ส.นันท์นภัส มาปรับแก้ไขเพื่อให้เป็นร่างของภาคประชาชน โดยได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนชาวเชียงใหม่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้สนับสนุนพรรคการเมืองใดก็ตาม และร่างฯที่มีการแก้ไขปรับปรุงได้เพิ่มโทษสำหรับผู้ขายอาหารนกพิราบให้สูงขึ้น จากร่างเดิมที่ไม่ได้กำหนดโทษขั้นต่ำไว้ และตามกฏหมายกำหนดค่าปรับไว้ไม่เกิน 25,000 บาท แต่ร่างฯฉบับประชาชนกำหนดโทษปรับขั้นต่ำไว้ที่ 5,000 บาทต่อครั้ง

นายธีรวุฒิ กล่าวต่อว่า หลังจากเริ่มแคมเปญรณรงค์เปิดให้ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างเทศบัญญัตินกพิราบ (ภาคประชาชน) ได้ที่จุดร่วมลงชื่อ 8 จุดในพื้นที่ 4 แขวงของเทศบาลนครเชียงใหม่ คือ แขวงนครพิงค์ แขวงเม็งราย แขวงกาวิละ และแขวงศรีวิชัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้า และสถานประกอบการ และเมื่อช่วงเย็นวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้ตั้งโต๊ะให้ประชาชนร่วมลงชื่อบริเวณข่วงประตูท่าแพด้วย

“ล่าสุดหลังเริ่มแคมเปญผ่านมา 5 วัน มีประชาชนร่วมลงชื่อแล้วเกือบ 1,000 คน ขณะที่สภาเทศบาลนครเชียงใหม่อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม และจะเปิดประชุมสภาสมัยที่ 3 ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นี้ ทางกลุ่มฯจึงตั้งเป้าหมายไว้คราวๆต้องได้ครบ 3,000 คนก่อนเปิดสมัยประชุมสภาฯ ซึ่งมีเวลาเหลืออีกประมาณ 1 เดือนเศษ ทีมงานจึงได้ปรับแผนเตรียมส่งอาสาสมัครไปเคาะประตูบ้านของประชาชน เพราะยังมีพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่ากำลังมีการผลักดันร่างเทศบัญญัตินกพิราบ เพื่อแก้ปัญหานกพิราบรวมฝูงในที่สาธารณะจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และยังส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์เมืองเชียงใหม่ด้วย”นายธีรวุฒิ กล่าว

Advertisement

ขณะเดียวกันทีมงานจะเดินสายตั้งบูทตามตลาดนัดเช้าและเย็นในชุมชนต่างๆ รวมทั้งในสถานศึกษา เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ที่มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างเทศบัญญัตินกพิราบให้ทันก่อนเปิดสมัยประชุมสภาเทศบาล 1 สิงหาคม 2569

นายธีรวุฒิ ยอมรับว่าปัญหาและอุปสรรคที่พบหลังเดินหน้าแคมเปญนี้ คือมีคนสนใจร่วมลงชื่อเยอะแต่ส่วนใหญ่ขาดคุณสมบัติเพราะไม่ได้มีทะเบียนบ้านอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ หรือเป็นคนนอกเขตเทศบาล บางส่วนเป็นประชากรแฝงที่มาเช่าหรืออาศัย ซึ่งมีเกือบครึ่งของจำนวนคนที่มาลงชื่อสนับสนุน ทางกลุ่มฯจึงต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่โดยใช้เครือข่ายที่มี เช่น ประธานชุมชน ผู้สนับสนุน หรือ ร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ใกล้ชิดชุมชน เพื่อเข้าถึงประชากรกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด